รัก & โรแมนซ์
อย่าเปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นสนามรบ

ตะละแม่วีนัส

โกรธแล้วนอนไม่หลับใช่ไหมคะ เซ็กส์ก็กร่อยสนิท อย่ากระนั้นเลย เรามาเปิดอกกันก่อนนอนนี่ละ บนเตียงเลยก็ได้ จะได้หายข้องใจเสียที...ขอเถอะ อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ รังแต่ทำให้สถานการณ์เลวร้าย แถมยังเปลี่ยนห้องนอนจากสนามรักให้กลายเป็นสนามรบ สังเวียนรักกลายเป็นที่เข่นฆ่ากัน แบบนี้ไม่รุ่งแน่ หาวิธีกำจัดความโกรธดีกว่านะ ไม่งั้นเซ็กส์ฝืดแน่นอนเชียวค่ะ

วิธีเยียวยาความโกรธ
วิธีดีที่สุดในการรับมือความโกรธคือ ยอมรับว่าตอนนี้เราโกรธจนเกินควบคุม โกรธเสียจนหน้ามืดพูดไม่ออกบอกไม่ถูก คิดหาเหตุผลอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ความโกรธแบบนี้ไม่ระเบิดออกมาให้แตกหัก ควรสัญญากับตัวเองว่า หาทางจัดการประนีประนอมหรือคุยกันวันพรุ่งนี้ดีกว่า อย่าปล่อยตัวเองให้ตกอยู่ในวังวนของการทะเลาะทุ่มเถียงกัน ถ้าจำเป็นก็ควรหลีกลี้หนีออกมา ย้ายไปห้องอื่น หรือหาอะไรทำเพื่อให้อารมณ์สงบลง

ต่อไปนี้คือวิธีเยียวยาความโกรธแทนที่จะทะเลาะกันบ้านแตก

1.นัดหมายปรับความเข้าใจ
นัดให้แน่นอนเลยว่า พรุ่งนี้หลังอาหารเย็นเรามาคุยกันนะ และสัญญากับเขาและกับตัวเองว่า จะคุยเฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น ไม่เหลวไหลลามปามไปถึงเรื่องสัพเพเหระอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกันโดยเด็ดขาด

2.อย่าทะเลาะกันบนเตียง
เตียงคือสถานที่ปลอดภัยไร้กังวลเอาไว้ซุกหัวนอนเพื่อพักผ่อน มีหลายคู่ที่ทะเลาะกันบนเตียงเพราะถือคติว่า ไม่ควรเข้านอนทั้งที่ยังโกรธอยู่ ก็เลยปลดปล่อยออกมาก่อนล้มตัวลงนอนซะเลยรู้แล้วรู้รอด เตียงควรสงวนเอาไว้เพื่อความพิศวาส เซ็กส์ และความสุขทั้งหลายแหล่ ไม่เอาไว้นั่งทำงาน ดูทีวี หรือทะเลาะกัน พยายามรักษาบรรยากาศในห้องนอนให้มีแต่ความสุขเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อความสัมพันธ์และชีวิตเซ็กส์ที่ยั่งยืนต่อไป

3.เขียนลงกระดาษ
คนบางคนปากคอเราะรายเสียเหลือเกิน จึงทำให้อีกฝ่ายฉุนขึ้นมาง่ายๆ นี่ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก ถ้าอีกฝ่ายอึกอักตอบโต้ไม่ทันก็ยิ่งไปกันใหญ่ วิธีที่ช่วยได้คือ อย่าเพิ่งแสดงถ้อยแถลงใดๆตอนนี้โดยเด็ดขาด ทั้งสองฝ่ายควรหากระดาษปากกามาเขียนสิ่งที่อยู่ในใจให้หมด เราเถียงกันเพราะอะไร สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนแปลงคืออะไร การเขียนเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้คนได้แสดงออก แถมยังระงับการโต้เถียงเอาไว้ได้ไม่แพลมออกมาให้เสียอารมณ์ เขียนถึงตัวเองให้มาก เช่น เรารู้สึกอย่างไร อะไรที่ทำให้เราทะเลาะกัน อย่าเอาแต่เขียนต่อว่าอีกฝ่ายเป็นวรรคเป็นเวร โปรดจำไว้ว่า จุดมุ่งหมายก็คือเขียนเพื่อหาหนทางรอมชอมและทางออกที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เขียนคำร้องยื่นฟ้องศาล

4.ดูอารมณ์ตัวเอง
จุดมุ่งหมายของการไม่พูดตอนโกรธคือ หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นผลมาจากอารมณ์ฉุนเฉียวซึ่งพลุ่งพล่านขึ้นมา เราต้องหยุดพูดเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์กำลังร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ โกรธจนตัวแทบละลายแล้วว่างั้นเถอะ ทุกคนรู้ดีว่า สัญญาณอันแสดงออกถึงอาการ “หลุด” คือ หายใจหอบเป็นช่วงสั้น หัวใจและชีพจรเต้นเร็วราวกับตีกลอง และรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทั้งตัว ในทางกลับกันมีคนอีกประเภทที่โมโหแบบเลือดเย็น ปากก็บอกว่า เปล่า ไม่โมโหเลย แต่อากัปกิริยาออกไปในทาง หรี่ตานิดๆ ชีพจรเต้นช้าลง พร้อมที่จะสร้างความฉิบหายวายวอดได้ทุกนาที จากผลการวิจัยในอเมริกาพบว่า คนที่โกรธแบบนี้จัดเป็นพวกเร็วร้ายที่สุด มักพบในบรรดาสามีที่ชอบใช้เมียเป็นกระสอบทราย ซ้อมเช้าซ้อมเย็น พวกนี้จะแสดงความโกรธแบบเยือกเย็นก่อนลงไม้ลงมือระบายอารมณ์ หากกำลังคบหาอยู่กับคนประเภทนี้ ให้รีบหลีกลี้ออกจากสถานการณ์ขณะนั้นทันที อย่าไปต่อล้อต่อเถียงให้มากความ เพราะผู้ชายแบบนี้เอ็นจอยกับการทำร้ายร่างกายเมียเป็นที่สุด

5.เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ถ้าเราไม่ใช่ฝ่ายที่โกรธ ก็ควรทำตัวเป็นคนฟังที่ดี ให้เวลาอีกฝ่ายมากตามที่เขาต้องการ ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องให้เวลาเราด้วย เวลาเขาพูดก็นั่งจดโน้ตไปด้วย จะได้ไม่หลงลืมข้อความสำคัญต่างๆ ถึงตอนเราพูดบ้างจะได้มีข้อมูลมาถกกัน ให้เวลาอีกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นมากที่สุด ปล่อยให้จ้อไปเรื่อย อย่าขัดคอเด็ดขาด เพราะเขาอาจรู้สึกว่าถูกขัดจังหวะเสียจนเวลาร่อยหรอไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย ดีไม่ดีอาจหงุดหงิดกว่าเดิมเนื่องจากรู้สึกว่า กำลังถูกเบี่ยงเบนจากสิ่งที่ต้องการพูดตั้งแต่แรก

6.หาทางพูดแต่สิ่งดีๆ
การพูดอะไรร้ายกาจที่ฟังไม่เข้าหูเลย รังแต่สร้างความเสียหายและบาดแผลในใจให้ทั้งสองฝ่าย หาทางพูดแต่สิ่งสร้างสรรค์ รอมชอมประนีประนอมกันดีกว่า ความรักควรถนอมน้ำใจกันให้มากที่สุด เขาคือคนที่เรารัก ไม่ใช่ศัตรูมาแต่ชาติปางก่อนสักหน่อยนี่คะ

 

ข้อเตือนใจ
การสื่อสารกันเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เราพูดออกไปจะมีผลต่อความสัมพันธ์ในระยะยาว ทุกอย่างต้องใช้ความระมัดระวังเอาใจใส่ ยิ่งโกรธหรือเจ็บปวดมากเท่าไร ก็ยิ่งขาดความยุติธรรมและความระมัดระวังมากเท่านั้น ลืมซะเถอะ กฎเก่าๆที่เคยได้ยินมาว่า ถ้ามีปัญหาอะไรต้องรีบแก้ไขให้เสร็จภายในวันนั้น เป็นคำแนะนำที่ใช้ไม่ได้แล้วสำหรับสมัยนี้ เราควรรอจนกว่าเราพร้อม ได้พิจารณาถ่องแท้และจิตใจปลอดโปร่งจนมีสติเต็มเปี่ยม สามารถใช้ทักษะมาแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี ตื่นนอนตอนเช้า ดื่มกาแฟสักถ้วย แต่งหน้าแต่งตาให้สดชื่นอีกสักนิด แค่นี้เราก็สามารถแก้ไขปัญหาที่ประดังประเดเข้ามา รวมทั้งรับมือกับอีกฝ่ายได้อย่างสบาย ดีไม่ดีพอปรับความเข้าใจกันได้ อาจตบท้ายด้วยเซ็กส์ร้อนๆไงคะ

ส่งหน้านี้ให้เพื่อนอ่าน | พิมพ์
E-mail

บทความที่น่าสนใจบน MSN ผู้หญิง
รักซ้อนซ่อนรักเร้น
ปฏิบัติการลมพัดหวน
เอ่ยปากชวนผู้ชายมาเป็นแฟนแบบไม่เสียฟอร์ม
แก้นิสัยขี้หึง ตัวบ่อนทำลายความรัก
Advertisement

เม้าท์กระจายรายวัน

สวยสุขภาพ
มุมสุขภาพ
ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ
อาหารเพื่อสุขภาพ
โรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์
สุขภาพในช่องปาก
การลดน้ำหนัก
สนุกกับการออกกำลังกาย

ช้อปปิ้ง
ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด
เครื่องประดับ
ผลิตภัณฑ์บิ้วตี้
ตกแต่งบ้าน
พลาดไม่ได้

รัก & โรแมนซ์
เรื่องบนเตียง
โรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์
ดูแลความสัมพันธ์

บิวตี้ & สไตล์
แฟชั่นวีดีโอ
เทรนด์ อัพเดต
เปลี่ยนลุคให้ดูดี
เมคอัพ
หน้า & ผิว
เส้นผม
มือ & เล็บ
ช้อปปิ้ง

บ้านน่าอยู่
บ้านสวยสไตล์คุณ
เปิดบ้านคนดัง
ดอกไม้
จัดสวน
อาหาร & เครื่องดื่ม
ผู้หญิงชวนกันเที่ยว
สร้างแรงบันดาลใจ
ช้อปปิ้ง