
ตะละแม่วีนัส
เรากับเขาเลิกร้างจากลาหายหน้ากันไปนาน แต่แล้วในชั่ววินาทีนี้เราเกิดรู้สึกขึ้นมาว่า เขานี่ละคือคนที่”ใช่” แต่เราดันตาบอดตาถั่วมองไม่เห็นความจริงข้อนี้ จึงปล่อยให้เรือรักล่มลงต่อหน้า
ตอนนี้ใจอยากได้เขาคืนมา หรืออย่างน้อยที่สุดขอแค่โอกาสได้สานสัมพันธ์อีกครั้ง ป่านนี้แล้วไม่รู้ว่าพอจะมีความหวังบ้างหรือเปล่า คงต้องลองเดินหน้าดูสักตั้ง
ก่อนเคลื่อนไหวหรือลงมือทำอะไร ลองสูดหายใจเข้าลึกๆ สงบสติอารมณ์แล้วยกโทษให้ตัวเอง เพราะสิ่งที่เรากำลังเผชิญต่อไปนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก นั่นคือความรู้สึกเสียใจกับเรื่องในอดีต ความหวังว่าเราจะปฏิบัติตัวกับชายคนเดิมในทิศทางที่แตกต่างไปจากแต่ก่อน และคิดว่าเขาคือคนที่”ใช่”ซึ่งจากเราไป หลังจากนั้นเราไม่เคยพบใครที่ดีกว่าเขาอีกเลย
ใช้โทรศัพท์อย่างฉลาด
สิ่งที่ควรตระหนักใส่ใจเอาไว้คือ อย่าพยายามโทรศัพท์หาเขา หรือเขียนถึงเขา หรือพยายามติดต่อกับเขาเพียงเพื่อจะบอกเขาว่า เราเปลี่ยนไปแล้วและต้องการโอกาสสานสัมพันธ์อีกครั้ง หากทำแบบนั้นเขาอาจยอมรับเราในระยะแรก แต่แล้วในที่สุดเขาจะเป็นฝ่ายทิ้งเราเพราะรู้สึกอึดอัดทำใจลำบาก ดังนั้นหนทางแรกในการหยั่งเชิงให้รู้ว่า ยังพอมีความหวังหรือเปล่าคือ โทรศัพท์
โทรศัพท์แค่ครั้งเดียวเท่านั้นพอ และต้องเป็นเวลาที่เขาไม่อยู่บ้าน เพื่อเราจะได้ฝากข้อความไว้ในเครื่องตอบรับทางโทรศัพท์แทน การโทรไปตอนเขาไม่อยู่ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เราไม่ต้องการให้เขารู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจ เพราะเขาอาจไม่อยากติดต่อกับเรา หรืออาจกำลังคบหาผู้หญิงอื่นอยู่หรือไม่ก็แต่งงานแล้ว การทิ้งข้อความไว้เท่ากับเป็นการให้โอกาสเขาตัดสินใจว่า อยากโทรกลับมาหาเราหรือไม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการเริ่มต้นที่ดี ข้อความของเราทำให้เขามีเวลาคิด และเป็นการเสนอทางเลือกให้เขา หากเสียงบันทึกในเครื่องตอบรับของเขาบอกว่า “ตอนนี้เราไม่อยู่บ้าน” หรือเป็นเสียงผู้หญิง อย่าทิ้งข้อความไว้ ปล่อยเขาไปแล้วหันกลับมาดำเนินชีวิตตามทางของเราต่อไปดีกว่า
หากแน่ใจว่าเขายังไม่มีใคร ขอแนะนำให้ฝากข้อความไว้อย่างเช่น สวัสดีค่ะ นี่…(ชื่อของเรา) โทรมาแค่อยากรู้ว่าคุณสบายดีหรือเปล่า ติดต่อกลับได้ที่เบอร์…นะคะ ฝากข้อความสั้นๆง่ายๆแค่นี้พอแล้ว
หากเขาไม่โทรกลับมาแสดงว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลงจริงๆ เขาไม่อยากติดต่อกับเราอีก อย่าโทรกลับไปอีกครั้งเพียงเพื่อให้แน่ใจว่า เขาได้รับข้อความแล้ว รับรองว่าเขาได้รับแน่นอน เครื่องตอบรับไม่พังหรอก อย่าเขียนถึงเขาหรือสะกดรอยตามเขาไปยังที่ทำงาน บ้านหรือร้านเหล้าที่เขาโปรดปรานหรือยิมที่เขาไปออกกำลังกาย จงลืมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเขาให้หมดแล้วก้าวต่อไป ยอมรับความรู้สึกของเขาให้ได้ อย่าจมปลักอยู่กับเรื่องราวในอดีต อย่าก่นด่าตัวเอง ดวงคนมันจะเลิกมันก็ต้องเลิก…ทำไงได้ จงบอกตัวเองว่า ยังมีผู้ชายอีกมากมายหลายล้านรอเราอยู่ข้างนอก ลองคบคนอื่นดีกว่าเนอะ
ถ้าเขาโทรกลับมา อย่าเพิ่งโมเมทึกทักว่า เขายินดีจะกลับมากุ๊กกิ๊กกับเราอีกครั้ง เขาอาจแค่โทรกลับตามมารยาท ไม่มีอะไรลึกซึ้ง ดังนั้นอย่าตื่นเต้นหรือเผลอแสดงอาการกระดี้กระด้าเมื่อได้ยินเสียงเขาจนออกนอกหน้า สงบสติอารมณ์เอาไว้ แสดงความเป็นมิตรกับเขา อาจจะพูดว่า เป็นไง สบายดีหรือเปล่า แต่อย่าพูดทำนองว่า กำลังรอโทรศัพท์จากเขา
ถ้าเขาถามว่า เราโทรหาเขาทำไม ก็ให้ตอบเพียงว่า แค่อยากรู้ว่าเขาสบายดีหรือเปล่า บทสนทนาควรเป็นเรื่องเบาๆทั่วไป อาจเป็นเรื่องงาน ดินฟ้าอากาศหรือคุยถึงวันหยุดอะไรก็ได้ อย่าถามว่าเขาเคยคิดถึงเราบ้างหรือเปล่า หรือเขากำลังคบกับใครอยู่ เมื่อคุยกันครบสิบนาที ควรจบการสนทนาก่อนด้วยคำพูดทำนองว่า เรามีธุระ ดีใจที่ได้คุยกับเขา อย่าคุยยืดเยื้อนานกว่านั้น เพื่อรอให้เขาเอ่ยชวนให้มาพบกัน หากเขาไม่ออกปากชวนภายในสิบนาทีแสดงว่าเขาไม่สนใจ จำไว้ว่า ถ้าเขาสนใจแต่ต้องการเวลามากกว่าสิบนาทีเพื่อชวนแฟนเก่าออกเดท เขาก็สามารถโทรมาหาเราได้ใหม่วันหลัง
นัดหมายล่วงหน้า
ถ้าเขาเอ่ยชวน อนุญาติให้ตอบตกลงได้เฉพาะการนัดหมายล่วงหน้าหลายๆวันเท่านั้น อย่างน้อยก็ต้องในอีกสามวันถัดไป ไม่ใช่ชวนเจอกันวันนี้ก็รีบโอเคเลย เราต้องให้เขารู้ว่า ชีวิตของเราไม่ได้หยุดนิ่งถึงแม้จะเลิกกับเขาไปแล้ว หนำซ้ำยังมีภารกิจแน่นเอี๊ยดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
สิ่งสำคัญคือต้องดูดีดูสวยงามเมื่อไปพบกับเขา เอาใจใส่กับการแต่งหน้าและคัดเลือกเฉพาะชุดที่สวยปิ๊งเป็นพิเศษ อย่าแต่งตัวมอซอหรือแต่งตัวน้อยเกินไปราวกับนี่คือการเดทครั้งที่สองร้อย จงปล่อยตัวตามสบาย สดใส ร่าเริงเป็นธรรมชาติ อย่าถกเถียงหรือชวนคุยถึงเรื่องราวในอดีต นอกเสียจากว่าเขาจะพูดขึ้นมาก่อน และถึงแม้ว่าเขาจะคุยเรื่องนี้ เราก็อย่าปล่อยให้ยืดเยื้อนานนัก พยายามเบี่ยงเบนหัวข้อเปลี่ยนไปคุยเรื่องทั่วไปหรือเรื่องอื่นที่สนใจร่วมกัน หรือคุยถึงสิ่งที่เขาเคยทำเป็นประจำ อย่าบอกเขาเป็นอันขาดว่า ตั้งแต่เลิกรากันไป เราคบหรือออกเดทกับใครมากน้อยแค่ไหน พยายามทำตัวให้ดูลึกลับเข้าไว้
สงบปากสงบคำแต่อย่าโกหก
อย่าทำตัวซีเรียสจริงจัง อย่าบอกเขาว่า ตอนนี้เราสำนึกผิดแล้ว ตอนนี้ได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ และต้องการโอกาสแก้ตัวอีกครั้ง การทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้บรรยากาศตึงเครียดเปล่าๆ ยิ่งไปกว่านั้น การเที่ยวบอกใครๆว่าเราเปลี่ยนแปลงกลายเป็นคนใหม่นั้นมันง่าย แต่การทำตัวเป็นคนใหม่เวลาไปเดทกับเขานี่สิยาก ควรทำตัวให้เป็นผู้หญิงคนเก่าที่เขาเคยตกหลุมรักดีกว่านะ
สิ่งที่ควรทำต่อจากนั้นคือ เป็นฝ่ายจบการเดทหรือขอตัวลากลับก่อน
อย่าไปบ้านเขาหรือชวนเขามาบ้านเรา หรือแม้แต่คิดว่าจะมีเซ็กส์กับเขาในคืนนั้นก็ไม่ได้ ห้ามเด็ดขาดเลยเชียว จำไว้ว่านี่คือการเดทครั้งแรก ควรตั้งกฎกติกาเข้มงวดกับผู้ชายคนนี้ให้มากเข้าไว้ เขาเคยทิ้งเรามาแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็สามารถทำเราเจ็บอีกครั้งได้
รอนัดครั้งต่อไป
กฎข้อต่อไปคือ เขาต้องเป็นฝ่ายโทรมานัดหมายเราในครั้งต่อไป การได้พบหน้าเราอาจช่วยพลิกฟื้นปลุกความปรารถนาในการอยากเดทกับเราให้เกิดขึ้นอีกครั้ง และเริ่มสานสัมพันธ์ใหม่ หรือไม่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ทางเดียวที่จะรู้ได้คือ เขาโทรมาชวนเราไปเที่ยวหรือเปล่า เราไม่ควรถามเขาว่า คิดถึงเราไหมหรืออยากกลับมาคืนดีกันหรือเปล่า ถ้าเขาอยากรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่ เขาก็ไม่ควรรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเรา เขาควรคิดว่า จู่ๆเราโทรหาเขาอาจเพราะเราเกิดสนใจขึ้นมา หรือไม่ก็กำลังเบื่อ ให้เขางุนงงสงสัยอยู่อย่างนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่ คงความเป็นสาวลึกลับเดาใจยากเอาไว้ ถ้าเขารู้ว่าเรากำลังคิดจับเขาให้อยู่หมัด เขาจะกลัวจนหัวหดขึ้นมาทันที
ถ้าเขาโทรมาอีก เราต้องปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นเพื่อนชายคนใหม่ อย่าเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตหรือแสดงท่าทีสนิทสนมมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ไม่ควรโทรไปหาครอบครัวหรือญาติพี่น้องของเขา ถึงแม้ว่าเราจะเคยพบพ่อแม่หรือพี่น้องของเขาเป็นสิบๆหนสมัยที่ยังเป็นแฟนกันอยู่ จำไว้ว่า เราแยกทางกับเขานานแล้ว เขาต้องเชื้อเชิญเราไปออกงานสังคมกับครอบครัวญาติพี่น้องและเพื่อนๆของเขาอย่างเป็นงานเป็นการอีกครั้ง
ถ้าเราไปดินเนอร์กับเขา แล้วเขาไม่เคยโทรมาอีกเลย นั่นเพราะเขาอาจไม่มีความรู้สึกมากพอที่จะปิ๊งเราอีกครั้ง เขาอาจกำลังคิดถึงเรื่องนี้แต่ยังไม่มีเวลาโทรมาหา เขาอาจกำลังคบกับใครอยู่แต่ไม่บอกเรา และยอมมาพบก็เพราะเราเป็นถ่านไฟเก่า หากเขาไม่ต้องการเราเราต้องยอมรับให้ได้ว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องก้าวต่อไปข้างหน้า
ถ้าเป็นอดีตสามี
ในกรณีที่รักเก่าครั้งนี้คืออดีตสามี เราควรทำอย่างไรเพื่อให้ได้เขาคืนมา
หากเขาเป็นฝ่ายขอหย่า ก็ให้ใช้วิธีโทรศัพท์ไปหยั่งเชิงดูก่อนตามวิธีตอนต้น กรณีนี้สามารถใช้วิธีเดียวกับอดีตแฟนเก่าได้ แต่อย่าเพิ่งรีบกลับบ้านไปจัดตู้เสื้อผ้าใหม่ เพราะเมื่อฝ่ายชายเป็นคนขอหย่า ก็หมายความว่าเขาไปแล้วจริงๆ
หากเราเป็นฝ่ายขอหย่าแต่ตอนนี้รู้สึกเสียใจและกำลังคิดถึงเขามาก ยังพอมีหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายังติดต่อกับอดีตสามีอยู่ และมีเซ้นส์รู้สึกว่าเขายังเปิดใจรับการกลับมาคืนดีกัน หากมีลูกด้วยกันเขาอาจใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่กับเราสักพักเวลาที่แวะมารับลูกไปเที่ยวตอนเสาร์อาทิตย์ หรืออ้างเหตุผลต่างๆนานาเพื่อโทรหาเรา เพื่อเป็นเพื่อนกับเราหรือเพื่อเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในชีวิตของเรา ถึงแม้เขาจะแสดงออกขนาดนี้ แต่เราก็ยังคลางแคลงสงสัยว่า หากเราสารภาพความในใจขอกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง เขาจะปฏิเสธเราไหมนะ
ข้อแนะนำคือ ครั้งต่อไปที่พบหน้าเขาหรือเขาโทรมาหา ให้ถามเขาอย่างเป็นมิตรด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายตามสบายว่า เขาเคยคิดทบทวนถึงการหย่าบ้างหรือเปล่า ถามสั้นๆแค่นี้พอ อย่าพูดอะไรอีก อย่าร้องไห้คร่ำครวญเสียอกเสียใจ หรือเปิดอกบรรยายความรู้สึกชนิดหมดเปลือก เขาต้องเป็นฝ่ายเริ่ม ต้องบอกความรู้สึกให้เราได้รู้ความคิดในเรื่องการกลับมาคืนดีของเขาว่าเป็นอย่างไร มีโอกาสเป็นไปได้ไหมในตอนนี้หรือต้องรอดูกันไปก่อน อย่าเร่งรัดเขา ปล่อยให้เขาดำเนินการตามวิธีของเขาเอง เขาอาจเสนอตัวชวนไปดินเนอร์หรือชวนไปดื่มเพื่อคุยกันถึงเรื่องนี้ เล่นไปตามวิธีของเขา ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขาคนเดียว
อย่าหัวเสียหรือเก็บมาเป็นอารมณ์มากเกินไปหากอดีตแฟนหรืออดีตสามีไม่ยอมกลับมาคืนดี โปรดจำไว้ว่า ตอนเลิกกันมันมีเหตุผลหรือข้อขัดแย้งมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว อย่าไปหลงเพ้อเจ้อถึงเขาอีกเลย ทำใจให้สบายแล้วหันไปคบผู้ชายหน้าใหม่ๆดีกว่า ง่ายกว่ากลับมาหาคนเก่าเยอะ