
เรื่องที่เซ็นซิทีฟมากสำหรับการใช้ชีวิตคู่ก็คือ เมื่อคนหนึ่งเป็นฝ่ายหา (เงิน) แล้วอีกคนหนึ่งเป็นฝ่ายใช้อย่างเดียว ทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหาในอนาคต
เริ่มต้นที่พูดคุย : ควรคุยให้เข้าใจตรงกันว่า เหตุการณ์นี้เป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้งสองฝ่าย และเขาควรได้รับรู้ว่าภาระทางการเงินต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวนั้นเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน พร้อมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของคุณที่เขาต้องซัพพอร์ตด้วยการที่จะได้เงินจากเขาโดยที่ไม่ต้องขอนั้นทำได้ไม่ยาก ขั้นแรกคุณควรเปิดบัญชีธนาคารเป็นชื่อร่วมโดยใช้เงื่อนไขให้คนใดคนหนึ่งสามารถถอนเงินได้ จากนั้นช่วยกันคิดคำนวณค่าใช้จ่ายภายในบ้านออกมา ให้เขาใช้ระบบโอนเงินอัตโนมัติ แล้วทุกเดือนทางธนาคารจะทำการโอนเงินจำนวนนี้จากบัญชีเงินเดือนของเขามาใส่ในบัญชีชื่อร่วมของคุณสองคน โดยที่คุณไม่ต้องแบมือขอเขา นอกจากเงินสดแล้ว คุณควรให้เขาทำบัตรเสริมของบัตรเครดิตไว้ให้ แต่ต้องมีการตกลงวงเงินกันว่าใช้ได้เท่าไร วิธีนี้จะทำให้รู้สึกสบายใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย
ต่อด้วยความไว้ใจ : คุณจะต้องทำให้เขารู้สึกไว้วางใจว่าคุณ ไม่ได้เอาเงินเขาไปใช้สุรุ่ยสุร่าย ทุกเดือนควรทำบัญชีแจกแจงรายละเอียด
ค่าใช้จ่ายใส่ไว้ ถ้าเขาติดใจสงสัยอะไรสามารถเปิดดูได้ทันที และเมื่อจะใช้จ่ายอะไรควรมีความเกรงใจเขาบ้าง ในกรณีที่เขาให้วงเงินบัตรเสริมไว้ คุณไม่ควรใช้เกิน และดูความเหมาะสมของสิ่งที่ใช้ด้วย ค่าใช้จ่ายบางรายการ อย่างไปสปา ซาลอน ควรจ่ายเป็นเงินสดดีกว่า อย่าให้เขาเห็นบิล ที่เรียกเก็บแล้วรู้สึกว่าคุณฟุ่มเฟือยในขณะที่เขาทำงานเหนื่อย
นอกจากนี้สามีภรรยาควรมีการพูดคุยอัพเดทเรื่องการเงินอยู่เสมอๆ ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจเปลี่ยน ราคาน้ำมันแพง ของทุกอย่างขึ้นราคา คุณควรบอกให้เขาช่วยปรับเงินค่าใช้จ่ายในบ้านให้เพิ่มขึ้นด้วย อย่าอดทนแบกภาระอยู่คนเดียวจนกระอักเลือด
การเลือกที่จะมีชีวิตในรูปแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าคนที่หาเงินได้จะต้องมีอาการตัวพอง ข่มอีกคนให้ตัวเล็กลีบลง เพราะถึงแม้คนหนึ่งมีหน้าที่ดูแลบ้าน ใช้เงินของอีกฝ่าย แต่คุณก็ทำเพื่อเขาเหมือนกัน ทั้งสองฝ่ายจึงควรให้เกียรติและมีความเกรงใจซึ่งกันและกัน อย่าให้ ‘เงิน’ เข้ามาป่วนความรักของคุณ ให้ลดน้อยลง
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Women Plus