เรื่อง วิมล อังสุนันทวิวัฒน์
แพทย์หญิงฐานิสร ธรรมลิขิกุล หัวเรือใหญ่ผู้นำพารมย์รวินท์ คลีนิก ให้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่หญิงสาวผู้รักความงามอย่างไร้ที่ติ ด้วยความเป็นแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญประกอบกับการไม่หยุดยั้งที่จะก้าวตามวิทยาการล้ำสมัย ทำให้สามารถเนรมิตความงามที่ปราถนาให้เกิดขึ้นได้แบบไม่ไกลเกินจริง
ความงามอย่างหมดจด คือสิ่งที่หญิงสาวทุกคนล้วนปรารถนา แม้กวีมักจะเปรียบเปรยว่าหญิงสาวแต่ละอนงค์นางต่างก็มีความงดงามเป็นของคู่กัน ราวกับมวลบุปผาที่ผุดขึ้นมาประดับโลก หญิงสาวแต่ละคนก็สวยกันไปคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็นความงามได้ในมุมไหนกันบ้าง หากทว่าผู้หญิงส่วนใหญ่มักไม่พอใจความสวยที่เป็นตัวเองสักเท่าไหร่
ดั่งนั้นธุรกิจความงามจึงเฟื่องฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทว่าผู้ที่จะเนรมิตหญิงสาวเหล่านั้นให้งดงามได้ดั่งใจ คงไม่มีใครให้ความมั่นใจได้เท่าแพทย์ที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะมานานปี และหนึ่งในแพทย์ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงความงามระดับแนวหน้ามานานกว่า 30 ปี คือ แพทย์หญิงฐานิสร ธรรมลิขิกุล ผู้อำนวยการ รมย์รวินท์ คลีนิก
เธอเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉาพะทางโรคผิวหนังที่ได้รับประกาศนียบัตรศัลยกรรมเลเซอร์ผิวหนังมาโดยตรง จากโรงพยาบาลรามาธิบดีปัจจุบันยังเป็นกรรมการสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ผิวพรรณ และสมาชิกสมาคมผิวหนังด้านความงามและศัลยกรรมความงาม สหัรัฐอเมริกา จากดีกรีต่างๆ เหล่านี้คงพอจะการันตีถึงความเชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามซึ่งทำให้ทุกวันนี้ “รมย์รวินท์” ที่คุณหมอเป็นผู้ก่อตั้งได้เติบใหญ่และขยายตัวจนกลายเป็นคลีนิกเพื่อความงามที่ก้าวไปอยู่อันดับต้นๆ ที่สาวไทยผู้รักความงามอย่างหมดจดจะเลือกใช้บริการ
“ไม่เคยคิดว่าจะมาทำงานด้านผิวพรรณแบบนี้เลย ตอนเด็กๆ ก็เคยใฝ่ฝันอยากเป็นหมอเหมือนคุณพ่อ เพราะคุณพ่อเป็นหมอทั่วไป และทำงานด้านศัลยกรรมหัวใจที่มีโรงพยาบาลเอกชนส่วนตัวที่จังหวัดอุดรธานี พอเรียนจบก็อบรมเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสาขา โรคผิวหนัง ที่โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล และเริ่มต้นชีวิตการด้านหมอโรคผิวหนังที่โรงพยาบาลยาสูบอยู่ 16 ปี สมัยที่เรียนจบมาใหม่ๆด้านคลีนิกความงามก็ไม่ค่อยมี เครื่องมือก็มีไม่มาก เพิ่งจะมาระยะ 5 ปี มานี้เอง ที่คลีนิกด้านความงามและผิวพรรณเจริญเติบโตขึ้นมาก มีคนนิยมมาใช้บริการมาก”
เธอเล่าว่าช่วงที่เรียนจบใหม่ๆนั้น ในอดีตคนมาหาหมอผิวหนังส่วนใหญ่จะเป็นโรคผิวหนังเป็นหลัก อาทิ ผิวหนังอักเสบจากติดเชื้อโรค อาการผื่นแพ้ต่างๆ หรือเป็นสิว และโรคเกี่ยวกับเชื้อรา เพราะเมืองไทยมีอากาศร้อนขึ้น ตอนที่คุณหมอไปอบรมเฉพาะทางด้านผิวหนังจึงตั้งใจว่าอยากจะกลับมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาเกี่ยวกับโรคผิวหนังเป็นหลักแต่ความที่เรื่องเกี่ยวกับโรคผิวหนังนั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันกับความงามพอโรคหายก็จะมีความงามเกิดขึ้น หรือต้องการทำความงามที่มีอยู่นี้ให้ดูดีมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้เองในครั้งนั้นมื่อเธอว่างจากงานในโรงพยาบาลจึงได้เปิดคลีนิกส่วนตัวใกล้บ้าน คือ ที่วงเวียนใหญ่ รับรักษาโรคผิวหนัง จนกลายมาเป็นจุดกำเนิดตำนานของคลีนิกรมย์รวินท์ “คนไข้ส่วนใหญ่มาให้รักษาสิวฝ้ากันมาก ทำไปทำมามีคนมารักษาด้านนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนมีแต่คนไข้ที่เข้ามารักษา สิวฝ้าเป็นหลัก ตอนนั้นวิธีการรักษาก็มีเพียงยาทา เครื่องมืออื่นๆมีไม่มากนัก การรักษาด้วยยาสมัยนั้นไม่ค่อยได้ผลเต็มที่ ทำให้เราต้องพยายามหาวิธีแก้ไขปัญหาให้เขา ซึ่งหมอจะต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากการร่วมประชุมด้านผู้เชี่ยวชาญในระดับโลกการค้นคว้าติดตามข่าวสารจากวารสารทางการแพทย์ทั้งในและนอกประเทศ การติดตามดูเทรนด์การรักษาอยู่เสมอ
ซึ่งประมาณช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ จะมีการนำเครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ร่วมในการรักษาให้เห็นผลชัดเจน สะดวกสบาย ตรงความต้องการของคนไข้มากขึ้น ซึ่งหมอผิวหนังทั่วโลกก็ดูจะปรับเปลี่ยนไปในแนวเดียวกัน คือ คนใช้นิยมเข้ามารักษาและดูแลด้านความงามของผิวพรรณมากขึ้นทั้งหมอและคนไข้ก็สนใจแสวงหาการใช้เครื่องมืออันทันสมัย และเทคโนโลยี ที่ก้าวหน้ามาดูแลรักษามากกว่าการใช้ยาหรือเวชสำอางอย่างเดียว ในเมืองไทยก็ตอบรับกระแสนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอย่างมากเพราะโลกรับข่าวสารถึงกันอย่างรวดเร็ว”