ตอนนี้หมอไทยได้มีโอกาสทำเยอะกว่าใครในโลกแล้ว หมอไทยจึงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แม้ชาวอเมริกันจะเป็นผู้นำด้านนี้แต่ปรากฎว่าหมอเอเซียได้รับการยอมรับมากขึ้น และมีเทคนิคบางอย่างนำหน้ากว่า เช่น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอย กลับกลายเป็นว่าหมอผิวหนังที่อเมริกาต้องตามมาศึกษา ทั้งที่เป็นคนขายเทคโนโลยีให้เรา”
แม้จะมีงานรัดตัวขนาดนี้คุณหมอก็จะต้องหาเวลาว่างสำหรับตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ว่างจริง เพราะเป็นวันที่คุณหมอมีไว้สำหรับอ่านหนังสือค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆเรียกว่าเป็น “สาวทำงานหัวใจเกินร้อย” ตัวจริงทีเดียว เพราะทุกเวลานาทีแทบจะอุทิศให้กับงาน
ซึ่งสิ่งนี้ย้อนกลับมาเห็นผลที่ตัวคุณหมอเองเพราะหากใครไม่ทราบอายุของเธอมาก่อน แต่ได้พบแค่ใบหน้าอ่อนใสไร้ริ้วรอย พร้อมด้วยรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าตลอดเวลาที่สนทนากันนั้น ย่อมเดาอายุอานามของคุณหมอไม่ได้เลยว่าวันนี้ย่างเข้าวัย 48 ปี แล้ว คุณหมอดูแลตัวเองตามธรรมชาติ ประกอบกับการหาเวลาว่างจากงานมาใช้บริการของคลีนิกตัวเองอยู่เป็นประจำ แค่นี้ความงามแห่งผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ก็กลายเป็นสิ่งไม่เคยห่างกาย
“หมอจะนอนหลับในที่มืดสนิทไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อให้ Growth hormone ทำงานซ่อมแซมผิวได้เต็มที่หมอจะให้ความสำคัญกับความงามที่แท้จริงของผิวพรรณเป็นหลัก การใช้เครื่องสำอางเป็นเพียงส่วนตกแต่งเพิ่มเติมเครื่องสำอางที่ใช้เกี่ยวกับการดูแลผิวจะใช้ของคลีนิกเป็นหลัก เพราะรู้ว่าสารออกฤทธิ์คืออะไร ก็จะใช้ด้วยความมั่นใจอย่างเหมาะสมกับผิวและก็จะหาเวลาไปทำเลเซอร์ลดริ้วรอยเดือนละครั้ง”
เมื่อผิวพรรณผุดผ่องอ่อนเยาว์แล้ว คุณหมอเลือที่จะสร้างสรรค์บุคลิกภาพการแต่งตัวในแบบเรียบง่ายแต่ดูดี และไม่ค่อยใส่เครื่องประดับมากนัก เพราะการงานที่ต้องทำความสะอาดมืออยู่บ่อยๆ และไม่มีเวลาว่างมากนัก เธอจะเลือกใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมบ้าง พอว่างๆ เธอมักจะไปเดินช้อปปิ้ง หลังจากเสร็จงานที่คลีนิก ซึ่งมักมีสาขาตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ สำหรับกระเป๋าจะไม่ค่อยเปลี่ยนนัก เน้นน้ำหนักเบาและจุได้มาก เพราะต้องใส่ทั้งเอกสารงานต่างๆ และของใช้อย่างครบครันตามสไตล์สาวทำงาน

เวชสำอางสูตรของรมย์รวินท์คลีนิก ซึ่งปรับให้เหมาะกับผิวหน้าคนไทย
เครื่องทำเลเซอร์อันทันสมัย ที่ต้องนำมาปรับใช้ให้เข้ากับลักษณะของคนไข้
คุรหมอฐานิสร ในชุดสูท Chanel ที่เรียบแต่ดูโก้หรูและใส่ได้แทบทุกโอกาส
“เดี๋ยวนี้คนต้องการดูแลตัวเองมากขึ้น เขาจะเดินมาหาหมอตั้งแต่ยังไม่เป็นโรค เพื่อต้องดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะมองว่าบุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญ มีผลต่อความมั่นใจในตัวเอง และเนื่องจากมีการแข่งขันในธุรกิจต่างๆสูงมาก ต้องติดต่อผู้คนจึงต้องมีบุคลิกที่ดีเป็นหลักทำให้ธุรกิจความงามขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่แท้จริงแล้วหมอเชื่อว่าพื้นฐานในเรื่องความงามคือคนเราต้องมี “จิตใจที่ดี” เรื่องความงามของผิวพรรณก็เป็นสิ่งที่สำคัญตามมา แต่ไม่จำเป็นดูแลผิวมากเกินไป แค่ทำให้ดูสะอาดดูผ่องใส ก็เพียงพอแล้ว”
และเคล็ดลับความงามที่สำคัญที่สุดของคุณหมอคือ “เป็นคนอารมณ์ดีอยู่เสมอ” เพราะ ยึดคติว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นที่เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ถ้าแก้ไม่ได้จริงๆ ก็ทำใจ จึงไม่ควรให้ความเคีรยดเข้ามาหาเรา อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของเราเอง ความคิดเช่นนี้เองทำให้คุณหมอกลายเป็นคนที่มีความงามพร้อมทั้งผิวพรรณและท่าทียิ้มแย้มจนใครๆก็อดจะชื่นชมไม่ได้
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Harper's Bazaar ฉบับภาษาไทย