"สาวไทยชอบแต่งตัว เป็นตัวของตัวเอง เธออยากได้อะไรเธอก็เก็บซื้อเอง ไม่ต้องรอให้ผู้ชายซื้อให้” ซึ่งลักษณะนิสัยดังกล่าวตรงกับความเป็นลูกค้าของโมบูแซ็งมากที่สุด เพราะแม้แต่มาร์ลีน ดีทริช ก็ยังรักความเป็นตัวของตัวเองมาก เธอปฏิเสธไม่รับจิวเวลรี่จากใครทั้งสิ้น เพราะความเป็นตัวของเธอเองนั้นสำคัญที่สุด โดยเธอจะติดตามการผลิตของชิ้นงานที่เธอสั่งอย่างใกล้ชิด โดยการตั้งเบอร์โทรศัพท์สายตรงระหว่างที่พักของเธอกับร้านโมบูแซ็งที่นิวยอร์กด้วย
และแน่นอนว่าการที่จะมาดูแลแบรนด์นี้ เบลินดาต้องมีความเป็นตัวของตังเองเช่นกัน เธอบอกว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องช้อปปิ้งละก็แน่นอน “เดินซื้อของกับผู้ชายกับสามียังได้เลยค่ะ เพราเราไม่เดินวนเป็นชั่วโมง ถ้าเห็นอะไรที่ใช่แล้วก็จะซื้อเลย ส่วนใหญ่จะเป็นคนรอคนอื่นมากกว่า”
การเลือกซื้อของของเบลินดาก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแบรนด์ด้วย “ตัวเองสะสมจิวเวลรี่ กำไล ต่างหู ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เพราะคุณพ่อจะเดินทางบ่อยมากแล้วซื้อของมาฝากเลยชอบตั้งแต่นั้น” เบลินดาเล่าต่อว่าเธอจะเลือกของที่ชอบเท่านั้นบางครั้งอาจจะมาจากร้านเล็กๆ เวลาไม่ดูงานต่างประเทศ ซึ่งใส่แล้วคนก็จะชมว่าสวยไปหามาจากไหน บางครั้งเธอเองก็จำไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ก็จะอยู่ตามตรอกซอยเล็กๆ ที่ฝรั่งเศสบ้าง อิตาลีบ้าง
“การเลือกของที่เหมาะสมกับเรานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญกับเรามากที่สุดค่ะ ซึ่ง workshop ของโมบูแซ็งก็จะสอนตรงนี้ด้วย ไม่ใช่กับจิวเวลรี่อย่างเดียวเสื้อผ้าก็เหมือนกัน”
แต่เบลินดายอมรับว่าใจอ่อนกับกระเป๋าและรองเท้า เช่น Bally “รองเท้าจะบ่งบอกถึงรสนิยมของคน ความจริงใส่เสื้อผ้าที่ธรรมดาและไม่แพงมากก็ได้ แต่ถ้ารองเท้าดูดี กระเป๋าดูดี เราก็จะดูดีไปทั้งตัว” เบลินดาคุยให้ฟังว่าเธอชองสไตล์แบบคลาสสิกและชอบกระเป๋าดีๆเพราะทน “เป็นคนชอบกระเป๋าค่ะก็เลยต้องเลือกที่ได้ใช้ได้นานหน่อย”
นอกจากจะชอบความคลาสสิกแบบประณีตซึ่งตรงกับโมบูแซ็งแล้วเบลินดายังยึดคุณค่าแห่งครอบครัว ในใจที่ออกจะแตกต่างจากผู้หญิงสมัยนี้ เธอบอกว่าเธอฝันอยากจะเป็น ‘แม่บ้านที่แสนดี’ “ความจริงแล้วไม่เคยชอบใคร ก็เลยไม่ได้นึกถึงการมีครอบครัว พอมาเจอกับสามีซึ่งกันได้ทุกเรื่องก็เลยแต่งงาน” ที่สำคัญเบลินดาได้เป็นแม่บ้านที่แสนดีอย่างที่เธอฝันไว้
หน้าที่แม่บ้านของเบลินดาจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ตีห้าของทุกๆวัน เธอดูแลลูกชายและสามีโดยทำเองทุกอย่างไม่ว่าจะจ่ายกับข้าวหรือซื้อกับข้าว “เราต้องให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวและงานทั่วกัน ที่สำคัญคืออย่าเครียดมาก ที่ตัวเองอยากทำแบบนี้เพราะว่ามีแม่เป็นแรงบันดาลใจ” เบลินดาเล่าอย่างมีความสุขมากกว่ามารดาของเธอทำให้บ้านกลายเป็นเรือนสวรรค์ ‘คุณแม่ของฉันเป็นสุดยอดคุณแม่เลยค่ะ’
การที่บ้านของเธอเป็นเรือนสวรรค์จึงเป็นโชคดีของหลายๆคน ที่มีโอกาสไปแวะพักที่นั่นด้วย เบลินดาชอบ ‘entertain’ เพื่อนๆ โดยการชวนมารับประมานอาหารที่บ้าน ซึ่งเธอจะเป็นคนทำกับข้าวเอง “มีเพื่อนไม่มากหรอกค่ะ แต่ถือว่ามีเพื่อนดีๆหลายคน ทั้งกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงาน” และแน่นอนที่สุดเบลินดาชอบใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน หรือไม่ก็ไม่เที่ยวทะเลกันบ้าง
สำหรับเบลินดานั้นเธอไม่เคยคิดว่าห้าปีหรือสิบปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะคติที่ว่าทำไปทีละวันนั้นลงตัวสำหรับเธอมากที่สุดแล้ว เพราะการที่เรามีความสุขวันนี้ก็จะเป็นแรงผลักดันของเราในวันรุ่งขึ้น ชีวิตในวันนี้ของเบลินดา ชาติสุวรรณคงอาจจะยังไม่ใช่ความสำเร็จอันสูงสุดแต่เธอก็มีความสุขกับวันนี้ดีอย่างหาค่ามิได้ เพราะความสุขและความสำเร็จนั้นเป็นอมตะ ไม่มีเวลาจำกัดเหมือนกังคุณค่าของโมบูแซ็ง ที่อยู่เคียงข้างความสุขและความสำเร็จของผู้คนมาเกือบสองร้อยปี
- เบลินดาในเสื้อโค้ตพิมพ์ลายดอกขลิบขนเฟอร์จาก Jessica สวมทับชุดกระโปรงดำผ้ากำมะหยี่จาก Emporio Armani สร้อยคอ แหวนและตุ้มหูทั้งหมดจาก Mauboussin
- ชุดกระโปรงยาวอัดพลีทจาก Nagara ใส่ตอนปาร์ตี้วันแต่งงานที่ซิดนี่ย์
- กระโปรงสีเงินจาก Chanel เรียบอย่างโก้เก๋
- กระเป๋าหนังกลับสีน้ำตาลจาก Yves Saint Laurent
- กระเป๋าหนีบสีเขียวมะนาวกุ๊นขอบเมทัลลิกจาก Polder
- รองเท้าส้นสูงคาดโบว์สีฟ้าจาก Manolo Blahnik
- น้ำหอม Pink Jasmine จาก Fresh
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Harper's Bazaar ฉบับภาษาไทย