เรื่อง วิมล อังสุนันทวิวัฒน์
งานที่มีฉากหน้าหรูเลิศได้แต่งตัวดูดีอยู่เสมออย่างงานประชาสัมพันธ์ที่หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากเป็นแท้จริงเบื้องหลังล้วนต้องมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคนานา รวมถึงต้องใช้ความชาญฉลาด ความอดทน จึงต้องมีทั้ง IQ และ EQ สูงมาก
หนึ่งในอาชีพที่หญิงสาวหลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นคือนักประชาสัมพันธ์ ในองค์กรใหญ่ๆ อย่างเช่น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทว่าใครจะรู้ซึ้งถึงภารกิจที่แท้จริงว่างานแบบนี้ต้องการคนที่มีคุณสมบัติแบบไหน และจะก้าวอย่างไรให้ไปถึงฝั่งฝัน ซึ่งเรื่องนี้ สุนัที อิศวพรชัย ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสื่อสารวิสาหกิจและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีคำตอบจากประสบการณ์การทำงานกว่า 28 ปีที่ผ่านมา ด้วยตำแหน่งเริ่มต้นคือเสมียนประจำกองประชาสัมพันธ์สังกัดผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ (DN) “ตอนเรียนจบจากอเมริกามาใหม่ๆสมัครเข้าทำงานบริษัท การบินไทย ม.ร.ว. ประยูรจันทร์เจริญ จันทรทัต ได้สัมภาษณ์มีความเห็นว่า “ดูท่าทางเป็นฝรั่งมากเกินไป” เพราะวันนั้นใส่ชุด “เปรี้ยวจี๊ด” เป็นเสื้อเกาะอก สายเดี่ยวสปาเก็ตตี้ แบบที่เดี๋ยวนี้นิยมใส่กัน ใส่หมวกปีกกว้างใหญ่ ขณะมานั่งรอสัมภาษณ์ก็เคี่ยวหมากฝรั่งจั๊บๆ อย่างเก๋ไก๋”
เมื่อฝ่าด่านผู้สมัครกว่า 500 ราย เข้ามาทำงานที่นี่ได้สมปราถนา สาวนักเรียนนอกไฟแรงอย่างเธอจึงวาดหวังอย่างแรงกล้าถึงงานที่เลิศหรูให้สมกับดีกรีถึงปริญญาโท MBA ด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรูสเวลต์ (Roosevelt University) สหรัฐอเมริกา ที่เพิ่งจบมาหมาดๆ ทว่างานแรกๆที่ได้รับมอบหมายกลับกลายเป็นการเขียนจ่าหน้าซองจดหมาย (Co-mail) แม้จะรับภารกิจมาปฏิบัติอย่างหน้าแช่มชื่นแต่แท้จริงเธอร่ำให้อยากลาออกจากงานแทบทุกวัน “ตอนนั้นเจ้านายคือคุณจิตรดี รังควร เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ภาษาอังกฤษดีมาก ถือได้ว่าเป็นบรมครูด้านการประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้น คู่กับคุณพรศรี หลูไพบูรณ์ ซึ่งได้เรียนรู้จากท่านเหล่านี้มาก ท่านจะดุมากแต่สอนให้มีตัวตนจนทุกวันนี้ ช่วงแรกๆ ท่านให้เขียนโทรเลข ก็จะมีแก้ตัวแดงเถือกเลย แรกๆ เข้ามาต้องเขียน Airline Code ร้องไห้เลย! เพราะเรียนจบปริญญาโทให้มานั่งเขียนซองใส่ข่าวสารเพื่อส่งไปยังสาขาต่างๆ ของบริษัทฯทั้งหมด 70 แห่งทั่วโลก สมัยนั้นต้องเขียนด้วยมือ ไม่มีอีเมลหรือคอมพิวเตอร์ แต่นั่นเป็นการเรียนพื้นฐานของงาน เพราะ Airline Code คือความรู้เบื้องต้นของธุรกิจการบิน”
งานประชาสัมพันธ์เป็นงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการทำงานตลอดเวลาและต้องเรียนรู้ตามให้ทันโลก ซึ่งเธอก็มักจะมีความคิดแปลกใหม่ในการทำงาน เธอได้พัฒนางานจ่าหน้าซองจดหมายที่น่าเบื่อมาเป็นการพิมพ์แทน แล้วเอาไปถ่ายเอกสาร พอข่าวมาก็แปะซองส่งได้ทันทีจึงทำให้เจ้านายเริ่มเห็นแวว มอบหมายงานที่ทำให้รัศมีนักประชาสัมพันธ์เริ่มฉายแสง เจ้านายส่งโทรเลขจากอเมริกามาแจ้งให้ช่วยประสานงานคณะถ่ายภาพแฟชั่นของนิตยสารโว้คได้ขอให้เอารถบรรทุกมีที่ขนที่ปิดมิดชิดไปรไปรับเขาที่สนามบินเพื่อใส่เสื้อผ้านางแบบพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
“ตอนนั้นฉันรู้สึกงงว่าจะเอาไปทำอะไร แต่ก็จัดให้ พอมาแล้วถึงได้รู้ว่าจะเอาไปขนเสื้อขนมิงก์ตัวละ 200,000 เหรียญสหรัฐ...ก็ต้องอธิบายกันยาวว่าจริงๆแล้วโจรบ้านเราคงไม่รู้จะเอาเสื้อขนมิงก์ไปขายใครเพราะอากาศร้อน ควรขอให้เอาตู้เย็นมารับจะดีกว่า การถ่ายทำครั้งนั้นมีภาพประเทศไทยเป็นฉากตีพิมพ์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพระบรมมหาราชวัง บนเรือ หน้าวัดอรุณฯ ตลาดน้ำ ในรถตุ๊กๆ ฉันต้องทำทุกทางให้เขาถ่าย Shot ที่มีการบินไทยอยู่ในภาพให้ได้...นั่นคือโจทย์ ด้วยความที่ช่วยเหลือเขาทุกอย่าง ดังนั้นเขาก็ยินดีทำให้เราเช่นกัน คราวนั้นภาพที่นั่ง First Class ของการบินไทยหรือ ภาพนางแบบฝรั่งยืนหน้าเครื่องบินมี Logoการบินไทยเป็นBackground ก็ได้ปรากฏอยู่ในนิตยสารโว้ค แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว แต่อย่าถามถึงเบื้องหลังคนทำงานว่าจะขนาดไหน!”
เมื่อเริ่มสนุกกับงาน เธอลุยงานอย่างไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่หรือหนักเบาแค่ไหนก็ตาม ด้วยความพยายามทำความเข้าใจงานทั้งระบบตลอดกระบวนการ “แม้จะดูเหมือนสาวเปรี้ยวแต่งตัวเก่ง ชอบออกสังคม แต่ดิฉันเป็นคนติดดินมาตลอด คุณพ่อเป็นข้าราชการและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ท่านได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย คุณพ่อเป็นคนมือสะอาดมากจนคนมักจะพูดว่า “คุณเป็นลูกคุณประเทือง กีรติบุตร นั่นคือสุดยอดแล้ว ท่านเป็นคนเก่งคนดี” อันนี้เป็นสิ่งที่ปลาบปลื้มมาก คุณพ่อเป็นข้าราชการตงฉินไม่เคยโกงกินจึงมีชีวิตอย่างสมถะ คุณแม่เองก็เป็นคุณหญิงที่สามารถนั่งรถเมล์สีส้มตามเสด็จฯ สมเด็จย่าไปทั่วประเทศเวลาไม่มีคนขับรถให้ คุณแม่ต้องช่วยคุณพ่อหารายได้อีกทางหนึ่ง ชีวิตฉันจึงสู้มาตั้งแต่เล็ก เพราะเป็นพี่คนโตต้องดูแลน้องๆตื่นแต่เช้ากับน้องสาวมาช่วยคุณแม่ทำขนมขาย ฉันได้แบบอย่างการสู้งานมาจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่”