การที่ต้องดูแลงานของหลายบริษัท และต้องดูแลครอบครัวควบคู่ไปด้วย ชญาดาบอกว่าเหนื่อยมาก แต่เธอก็มีความสุข “เราต้องยอมรับว่าไม่มีใครมาบังคับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเปิดบริษัท มีธุรกิจหรือมีลูก เราเลือกของเราเองทั้งนั้นค่ะ ในเมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องทำให้ได้ค่ะ”
ปัจจุบัน ชญาดามีรายการทีวีของตัวเองชื่อ “Beauty Secret” ซึ่งออกอากาศทางช่อง 5 ทุกๆวันจันทร์ ตอน 11.00 น. รายการนี้ผลิตโดยบริษัทฮักกา ฟิวชั่น ซึ่งเป็นบริษัทจัด Event ด้วย ส่วนบริษัท ฮักกา มีเดีย นั้นจะเป็นบริษัทตัดต่อ Video Presentation ส่วนบริษัท Fab Creation ซึ่งมีชื่อย่อมาจาก Fouke-Achie-Bow (ฟลุ๊ก-อาชิ-โบว์) นั้นก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งซึ่งผลิตรายการทีวีเช่นกัน “ช่วงนี้ขยายงานก็เลยยุ่งๆน่ะค่ะ ทำงานโทรทัศน์ก็ไม่มีคำว่าอยู่ตัวอยู่แล้ว” เธอบอกว่าถึงแม้จะยุ่งมาก แต่ก็พยายามแบ่งหน้าที่ ส่วนสิ่งที่เหนื่อยมากก็คือการต้องหาลูกค้า และผู้สนับสนุนเอง ส่วนงานอีกอย่างที่เธอทำอย่างสนุมากก็คืองานเขียนหนังสือ ซึ่งตอนนี้เธอออกหนังสือมา 2 เล่มแล้ว และเรื่องที่สามกำลังจะตามมา “งานเขียนหนังสือเป็นงานที่กินเวลาของโบว์ไปพอสมควร แต่โบว์ก็รู้สึกสนุกกับมันมาก และก็จะพยายามเขียนทุกปี” หนังสือก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของชญาดา “ชอบหนังสือมากค่ะ จะเสียสตางค์กับตรงนี้มากพอสมควร ส่วนใหญ่จะซื้อไว้ก่อนแล้วค่อยมาเปิดดูตอนมีเวลาทีหลัง” เธอพยักหน้าเมื่อเราถามว่าที่บ้านก็คงจะมีหนังสือมากกว่าที่ทำงานอีกหลายเท่า อย่างไรก็ตามหนังสือพวกนี้คงมีประโยชน์ต่อเธอมากพอสมควรเพราะ “โบว์ไม่ค่อยชอบออกไปไหนค่ะ ชอบซื้อและอ่านหนังสือพวกนี้ตั้งแต่เรียนแล้วค่ะ”
ชญาดาจบปริญญาตรีที่ Central Saint Martins College of Arts and Design ที่ประเทศอังกฤษจนถึงปริญญาโท พอกลับเมืองไทยก็ได้มีโอกาสช่วยพี่สาว (จนิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์) ทำธุรกิจหลังจากนั้นเธอทำรายการตีสิบอยู่สามปีแล้วก็ “แต่งงาน เลี้ยงลูกอยู่สักพักก็เปิดบริษัทน่ะค่ะ”
ชญาดาเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่เธอมีอยู่ปัจจุบันนี้ทำให้เธอมีความสุข ลูกชายของเธอที่อายุเพียงสามขวบครึ่งนั้นดูโตกว่าที่เห็นในภาพถ่าย “ก็อย่างที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มที่สอง “My Boyfriend” น่ะค่ะ ว่าเขาเป็นเหมือนเพื่อนชาย ไปเที่ยวด้วยกัน ไปไหนมาไหนก็ไม่เคยงอแงเลย” เธอบอกต่อว่าต้องค่อยๆใช้ชีวิตเพราะ “เวลาหมดไปเร็วเหลือเกิน” ชญาดาจะไปส่งลูกที่โรงเรียนตลอด บางครั้งก็จตะพามาที่ออฟฟิศด้วย “หากมีเวลาว่างจริงๆ ก็จะพาเขาไปทะเล ชอบเกาะสมุยและหัวหินค่ะ” แต่เวลาของลูกและสามี (เกริกพล มัสยวานิช) นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้เวลาอยู่บ้านกันมากกว่า หากถาม
ชญาดาว่า เวลาเครียดนั้นเธอแก้ปัญหาอย่างไร เธอตอบว่า “โบว์เป็นคนที่ไม่ไปจมกับความทุกข์นาน ถ้ามีเรื่องอะไรเหนื่อยและล้า เราก็พัก คิดว่าตัวเองเป็นคนเข้าใจโลก และเข้าใจชีวิตค่ะ”
เธอสรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร คนเราเลือกที่จะเครียดได้ หรือไม่เครียดได้ แต่ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งก็คือการพัก และกอดลูกชายของเธอ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากหาความสมดุลให้กับชีวิตได้ก็จะมีความสุขกับชีวิตโดยไม่ต้องไขว่คว้าหาเดือนและดาว เหมือนอย่างชญาดา มัสยวานิช นักธุรกิจ คุณแม่ลูกหนึ่งคนนี้
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Harper's Bazaar ฉบับภาษาไทย