
มาทำความรู้จัก 4 หนุ่มสาว “แฟร์ แอมบาสเดอร์” ผู้ทำหน้าที่ ประชาสัมพันธ์งาน Central International Watch Fair 2008 ได้แก่สองทายาทรุ่นที่ 3 ของเครือเซ็นทรัล จุฑาธรรม และ ภัสสรภรณ์ จิราธิวัฒน์ พร้อมด้วยสองพี่น้องตระกูลดัง แพร และ ภูมิ สารสิน ใครเป็นใครตามไปทำความรู้จักกับพวกเขากันค่ะ
จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์ หรือ โบ เป็นบุตรีของสุทธิธรรม และสัณหจุฑา จิราธิวัฒน์ มีพี่ชาย 1 คน คือ ธรรม์ จิราธิวัฒน์ เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมจาก Cornell University และปริญญาโทด้าน Real Estate Development จาก Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเธอกำลังเรียนภาษาจีนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเพิ่มประสบการณ์การทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
ในระหว่างเรียน จุฑาธรรม ยังได้มีโอกาสเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยไปเรียนรู้งานด้านสถาปัตยกรรมที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี และที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย หลังเรียนจบปริญญาตรี เธอได้มีประสบการณ์การทำงานเป็นสถาปนิกที่เธอรักที่ Sasaki Association Inc. ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกาในตำแหน่ง Project Manger เป็นเวลา 3 ปีแล้วจึงศึกษาปริญญาโท
เวลาว่างของ จุฑาธรรม หากไม่เล่นกีฬาอย่างเทนนิส และสคอวซ เธอก็จะใช้เวลาวาดภาพสีอะคริลิค และสีน้ำมัน ภาพสไตล์ที่เธอชอบเป็นพิเศษคือแนว Abstract รวมทั้งอัพเดทข้อมูลข่าวสารจากนิตยสาร และหนังสือพิมพ์
สไตล์การแต่งตัวของ จุฑาธรรม นั้นหลากหลาย เธอไม่ได้ตามแฟชั่น แต่จะเลือกแต่งตัวให้เข้ากับรูปร่างของตัวเองมากกว่า ในแต่ละวันเธอจะเลือกแต่งตัวตามอารมณ์และโอกาส อย่างในวันสบายๆเธอจะใส่เสื้อกล้ามเท่ห์ๆกับกางเกงยีนส์ หรือบางวันมาในลุคหวานด้วยเดรสสีหวานๆสักตัว เครื่องประดับที่เธอใส่ติดตัวเป็นประจำนอกจากนาฬิกาข้อมือแล้ว ยังมีกำไลที่คุณพ่อซื้อมาเซอร์ไพรส์ให้เธอในวันปีใหม่
โบ หลงใหลในนาฬิกามาตั้งแต่เด็ก เธอเคยสะสมนาฬิกา Swatch แต่เมื่อโตขึ้น เธอก็เลือกนาฬิกาที่ใส่เป็นประจำทั้งของตัวเอง และที่ใส่ร่วมกับคุณแม่ สไตล์นาฬิกาที่เธอชอบคือ นาฬิกาคลาสสิคที่ใส่ได้ทุกโอกาส เธอชื่นชอบนาฬิกาสายเหล็กเป็นพิเศษ โดยเฉพาะนาฬิกาที่ให้ความรู้สึกสง่างามยามสวมใส่
ข้อคิดในการใช้ชีวิตของ จุฑาธรรม คือการมองไปข้างหน้า และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งเธอได้แบบอย่างมาจากไอดอลของเธอ คือคุณพ่อที่ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัวทั้งทำงานอย่างทุ่มเท ให้เวลากับครอบครัว รวมทั้งมีใช้เวลาในการสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนฝูงด้วย
แพร สารสิน เป็นบุตรีวัย 20 ปีของ พรวุฒิ สารสิน และ ม.ร.ว.สุภาณี ดิศกุล มีน้องชาย 1 คน คือ ภูมิ สารสิน เธอจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก Harrow International School ปัจจุบันเป็นนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างช่วงปิดภาคเรียนเตรียมตัวขึ้นชั้นปีที่ 4 เธอก็หาประสบการณ์ด้วยการฝึกงานด้านการตลาด ณ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด
แพร มีความสนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ นอกเหนือจากการฝึกงานด้านการตลาดที่เธอชอบเรียนแล้ว เธอยังใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนในการทำกิจกรรมต่างๆเป็นประจำ เธอเคยไปฝึกงานด้านเบเกอรี่ที่โรงแรมดุสิตธานี เธอได้รับอิทธิพลเรื่องการชอบทำอาหารมาจากคุณพ่อซึ่งมักจะเข้าครัวลงมือทำอาหารอร่อยๆให้ทุกคนทานเป็นประจำ เมนูเด็ดของเธอคือ ช็อกโกแลตทรัฟเฟิล และมัฟฟิน ดังนั้น ความใฝ่ฝันของเธอนอกจากตั้งใจเรียนจบถึงระดับปริญญาโทแล้ว เธอยังอยากมีร้านอาหารของตัวเองที่เธอเน้นว่าไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่มีคนนิยมในรสชาติอาหารของเธอก็พอ
วันว่างของ แพร หากไม่ออกไปข้างนอกกับครอบครัว เธอก็จะอยู่บ้านเล่นกับ ’เจ้าโชยุ’ สุนัขพันธุ์ เฟรนช์บูลด็อกตัวโปรด
สำหรับสไตล์การแต่งตัว แพร นิยมใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่าย สบายๆ ทั้งกางเกงยีนส์เสื้อยืด หรือเดรส สไตล์วินเทจ ส่วนเครื่องประดับชิ้นที่ขาดไม่ได้เลย คือกำไล และนาฬิกาที่คุณพ่อปลูกฝังให้ใส่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เพื่อสอนให้เป็นคนตรงต่อเวลา นาฬิกาแบบที่เธอชอบเป็นแบบเรียบคลาสสิคมีกลิ่นอายวินเทจหน่อยๆ
หลักในการใช้ชีวิตของ แพร คือการทำทุกวันให้มีแต่ความสุข ซึ่งเธอได้แบบอย่างมาจากคุณแม่ไอดอลของเธอที่เป็นผู้หญิงแกร่ง มองโลกในแง่ดี เธอเชื่อว่าแม้แต่สิ่งที่ไม่ดี ก็ยังจะมีสิ่งดีๆซ่อนอยู่เสมอ
ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ (พัด-สะ-ระ-กอน) หรือ ป๊อก เป็นบุตรชายวัย 21 ปี ของสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และอาภัสรา หงสกุล สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก Lawrence Academy ประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 ด้าน Economics ที่ Northeastern University, Boston ประเทศสหรัฐอเมริกา
เพราะมีความสนใจที่หลากหลาย ภัสสรกรณ์ จึงมักใช้เวลาระหว่างกลับมาเยี่ยมบ้านช่วงปิดภาคการศึกษาหาประสบการณ์ฝึกงาน และทำงานหลายๆด้าน เขาเคยเขียนคอลัมน์ใน Guru ของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post และนิตยสาร Elle Decoration เข้าร่วมโครงการธนาคารคู่บ้านคู่เมือง โดยธนาคารกรุงเทพ รวมทั้งมีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัวอย่างช่วยงานช่วงก่อสร้างของโรงแรมเครือเซ็นทารา
ความตั้งใจของ ภัสสรกรณ์ หลังเรียนจบคือการลองทำงานหาประสบการณ์สักระยะ และการสานต่อกิจการของครอบครัว เพื่อแบ่งเบาภาระของคุณพ่อ เขาได้รับการปลูกฝังเรื่องการทำงานมาตั้งแต่เด็ก ทั้งจากคุณพ่อที่สอนว่ากว่าที่ครอบครัวจะมาถึงวันนี้นั้นต้องอาศัยความพยายามมาก และทั้งแบบอย่างในการขยันทำงานที่เขาเห็นจนชินตามาตั้งแต่เด็ก
ในยามว่าง ภัสสรกรณ์ มักเล่นดนตรี อาทิ กีตาร์ กลอง เปียโน รวมทั้งออกกำลังกายด้วยการไปเรียนชกมวยที่สวนลุมพินีสัปดาห์ละ 4 วัน วันละไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เขาโปรดปรานรถแข่ง และความเร็วมาก บางครั้งจึงใช้เวลาว่างไปร่วมชมการแข่งรถด้วย สไตล์การแต่งตัวของเขาเป็นแนวฮิพฮอพสไตล์อเมริกัน เขาจะเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์การแต่งกายให้ออกมาเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
ป๊อก สนใจ และชื่นชอบนาฬิกามาตั้งแต่เด็ก นาฬิกาแบบที่เขาชอบเน้นรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นเรื่องสี รูปทรงของนาฬิกา หรือแบบที่ไม่ซ้ำใครอย่าง Limited Collection
หลักในการใช้ชีวิตของ ภัสสรกรณ์ คือการมองว่าทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตนั้น เกิดขึ้นเพื่อจะมีสิ่งที่ดีกว่า
ภูมิ สารสิน เป็นบุตรชายวัย 19 ปีของพรวุฒิ สารสิน และ ม.ร.ว.สุภาณี ดิศกุล มีพี่สาว 1 คน คือ แพร สารสิน ภูมิเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับ High school จาก The King’s School ประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันกำลังเตรียมตัวศึกษาต่อด้าน Management ที่ Babson College, Boston ประเทศสหรัฐอเมริกา
ขณะกำลังศึกษา ภูมิ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆอยู่เสมอ เขาเป็นสมาชิกชมรมบาสเกตบอล และได้เป็นตัวแทนลงแข่งขันด้วย ในช่วงปิดภาคเรียน ภูมิ ยังเคยฝึกงานที่สำนักงานเขตคลองเตย ทำให้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนชุมชนแออัดคลองเตย รวมถึงได้นั่งรถไปกับสายตรวจอีกด้วย ล่าสุด เขายังใช้ช่วงเวลาระหว่างการเตรียมตัวศึกษาต่อด้วยการไปบวช ซึ่งทำให้เขาได้เรียนรู้ปรัชญาพุทธศาสนามากขึ้น
ภูมิ เชื่อว่าในแต่ละช่วงชีวิตนั้นคนเราจะมีความใฝ่ฝันที่แตกต่างกันออกไป แต่ความใฝ่ฝันที่สำคัญที่สุดของเขาในตอนนี้คือการตั้งใจเรียนให้ได้ดีที่สุด และสนุกกับการเรียนอย่างเต็มที่ ส่วนในยามว่าง เขามักจะออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล และเล่นกีตาร์ รวมทั้งใช้เวลาอยู่บ้านเล่นกับ ‘ตี๋เล็ก’ สุนัขพันธุ์บูลเทอเรียตัวโปรดด้วย นอกจากนี้ เขายังได้รับเชิญไปร่วมเดินแฟชั่นโชว์ต่างๆ และถ่ายแบบลงนิตยสารหลายเล่มด้วย
ในวันว่าง ภูมิ นิยมแต่งตัวสบายๆ จึงไม่น่าแปลกใจหากจะพบเขากับเสื้อยืดตัวเก่ง และกางเกงยีนส์คู่ใจ การแต่งตัวสไตล์ของเขาคืออะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกมั่นใจ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเขาคือนาฬิกาข้อมือ แม้แต่ยามเล่นกีฬา เนื่องจากเขาได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็กจากคุณพ่อในเรื่องการรู้จักรับผิดชอบตัวเอง และการรักษาเวลา ทุกวันนี้นาฬิกาส่วนใหญ่ของเขาจึงได้มาจากคุณพ่อ ทั้งที่คุณพ่อซื้อให้ และที่สามารถใส่ร่วมกันได้ สไตล์นาฬิกาที่ชอบจึงดูแข็งแรงแบบผู้ชาย และออกแนวสปอร์ต
ข้อคิดในการใช้ชีวิตของ ภูมิ คือการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า และให้มีความสุข เพราะเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราจะไม่สามารถย้อนกลับมาอีกได้