ผมเจ้าสาว จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะครับ สำหรับช่างผม ถ้าองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม ช่างก็ทำผมให้คุณถูกใจได้ง่าย แต่ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี ไอ้ที่ว่าจะง่ายก็จะกลับกลายเป็นกระจุ๊กกระจิ๊กติดขัดไปเสียหมด พอทุกอย่างไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่ทุกคนคาดหวัง มันก็จะพาลทำให้ทั้งคุณทั้งช่างและคนรอบข้าง เกิดอาการหงุดหงิด ไม่ได้ทรงผมสมตามหวัง เลยเถิดไปจนทำให้บรรยากาศในการทำสวยของเจ้าสาวบังเกิดเป็นบรรยากาศแห่งความเครียดที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น จนอาจทำให้ไม่คุณก็ช่างเกิดอาการควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ ระเบิดอารมณ์ วีนแตกต่อมน้ำตาทะลักระหว่างทำผม ก่อนงานแต่งงานจะเริ่ม ก็มีให้เห็นและได้ยินอยู่บ่อยๆไปนะครับ เรามาดูกันหน่อยดีไหมครับว่าองค์ประกอบเพื่อเตรียมพร้อมก่อนวันแต่งมีอะไรกันบ้าง
เรามาดูกันหน่อยดีไหมครับว่าองค์ประกอบเพื่อเตรียมพร้อมก่อนวันแต่งมีอะไรกันบ้าง
1. เตรียมผมให้มีสุขภาพดี สมบูรณ์แข็งแรงเป็นเงางามคือพื้นฐานอันดับแรกสุด ที่คุณควรใส่ใจ จะสั้น จะยาว จะทำสี มีไฮไล้ท์กี่สี กี่เฉด จะดัดลอนใหญ่ลอนเล็ก ต้องเตรียมต้องทำอย่างพิถีถัน ระมัดระวัง เพื่อให้ Finish Look เสร็จสมบูรณ์ลงตัวมากที่สุด ผมที่ตัดซอยดัด ทำสี มาจนหาความลงตัวไม่ได้หรือผมที่แห้งกรอบ แตกปลายมาจากการทำเคมีอย่างไม่ระมัดระวัง ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของช่างผมได้ทั้งนั้นครับ
2. เลือกสรรหาช่างที่คุณมั่นใจในฝีมือคือหัวใจของงานนี้ครับ ควรหาช่างที่มีเวลาให้คำปรึกษากับคุณมากพอจนคุณวางใจว่า เขาเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการหรือสามารถให้คำแนะนำคุณในรายละเอียดต่างๆ จนคุณรู้สึกเชื่อมั่นได้
3. ช่างที่เลือกแล้วว่าเก่งว่าเริ่ดนั้นคุณต้องมั่นใจว่ามีความเป็นมืออาชีพพอ ไม่ใช่ทำผมเก่งมาก แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี นี่อันตรายนะครับเพราะเขามีโอกาสอย่างมากที่จะมาทำลายความรู้สึกที่ดีๆในวันสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณเรื่องแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลานะครับ
ผมจะได้ยินบ่อยมากเลย ที่บรรดาเจ้าสาวต้องมาเสียน้ำตาเพราะเกิดอาการควบคุมอารมณ์กันไม่อยู่ โดยส่วนตัวเห็นว่าช่างผมควรมีความเป็นมืออาชีพพอที่จะต้องทนกับแรงเสียดทานทางอารมณ์ของผู้คนรอบข้างในห้องแต่งตัวเจ้าสาวได้ ในกรณีนี้ก็เห็นใจช่างบางคนอยู่เหมือนกันนะครับที่ต้องอดทนกับบรรยากาศรอบข้างที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยในการทำงานนักเช่น มีการแสดงอากัปกิริยาที่ไม่พอใจของเจ้าสาว แต่ไม่พูดว่าไม่ชอบอะไรตรงไหนหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดาญาติสนิทมิตรสหายผู้หวังดีทั้งหลาย
ช่างหลายคนเลือกที่จะใช้วิธีการข่มขวัญฝ่ายตรงกันข้ามก่อนโดยการแสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก เพื่อให้บรรดาเจ้าสาวทั้งหลาย รวมไปถึงเพื่อนๆญาติๆ รู้สึกเกรง หรือกลัวที่จะจู้จี้จุกจิก หรือแสดงความเห็น ซึ่งผมว่ามันไม่ค่อยสง่างามเป็นมืออาชีพเสียเท่าไหร่ สู้ทำตัวผ่อนคลายเป็นกันเองและสนุกกับงานที่ทำ จะได้ผลเป็นที่น่าประทับใจสบายอารมณ์ของทุกฝ่ายมากกว่าผมว่าวิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ดีที่สุด ช่างผมควรคุมบรรยากาศในห้องนั้นให้อยู่ ให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นกันเองในระดับหนึ่งน่าจะดีกว่าไม่ฟุ้งจนสมาธิกระเจิง บางงานนี่มีการกินกับแกล้ม เหล้า เคล้าเสียงเพลงระหว่างทำผมไปก็มีครับ
ช่างผมต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนจิตแพทย์ไปในตัวด้วยครับในเวลานั้น ควรเตี๊ยมกับเจ้าสาวในการจำกัดบริเวณไม่ให้คนที่ไม่จำเป็นไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในห้อง ไม่ว่าจะเป็นอาป๊า อาม๊า อาอี๊ อาโกว รวมทั้งหลานตัวเล็กทั้งหลาย ด้วย เพราะตัวประกอบเหล่านี้ล้วนมีโอกาสมากที่จะเป็นตัวการจุดระเบิดความไม่พอใจได้เป็นอย่างดี ทำงานเสร็จก่อนแล้วจะเข้ามาวิจารณ์อย่างไรก็ค่อยมาว่ากันช่างก็จะทำงานได้อย่างเต็มที่มากกว่าครับ
4. อุปกรณ์เสริมต่างๆ นานาที่ต้องใช้ในการประกอบผมเจ้าสาวนั้นต้องพร้อม ต้องทดลองใช้มาแล้วอย่างดีครับ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ เวล ปิ่น กิ๊บ มงกุฎอะไรต่อมิอะไรสารพัดที่ต้องการใช้ประดับประดาให้วิลิสมาหราอลังการงานสร้างขนาดไหน ต้องมีให้พร้อมใช้งานบนโต๊ะเดี๋ยวนั้นนะครับ บางงานจะทุ่มหนึ่งแล้วมอเตอร์ไซค์ไปเอาดอกไม้ยังมาไม่ถึงก็มี ถ้าเกิดอย่างนี้เจ้าสาวก็คงมีอาการเครียดจนเสียความรู้สึกที่จะสวยได้เหมือนกัน จริงไหมครับ เนื่องจากช่างคือองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการนี้ เราจึงต้องมาดูกันต่อครับว่าคุณจะไปหาช่างทำผมเจ้าสาวจากที่ไหนกันได้บ้างให้ถูกใจและพอเหมาะกับงบประมาณในกระเป๋าคุณมากที่สุด

ช่างทำผมเจ้าสาวมีหลากหลายประเภท
ช่างที่ประจำอยู่ร้านทำผม มีข้อดีอยู่ที่
1. ตัวช่างเองมีที่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งหรือคุณมีความสนิทสนมกันอยู่แล้วในระดับหนึ่ง (ในกรณีที่เป็นช่างซอยผมให้คุณเป็นประจำอยู่แล้ว) การปรึกษาหารือจึงมักทำได้ง่าย อย่างเป็นกันเอง มีเวลาให้คำปรึกษากับคุณมากกว่าละเอียดกว่าและลึกซึ้งกว่า รู้ใจในแนวทางของกันและกันได้มากกว่า และที่สำคัญการทดลองหรือซ้อมทำผมก่อนวันจริงจะสะดวกและแน่นอนกว่า ด้วยความสนิทสนมที่มีอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้คุณสะดวกใจหรือกล้าที่จะซักถามหรือขอให้มีการเปลี่ยนแปลงบางจุดที่คุณไม่ชอบได้โดยที่คุณไม่เกร็งและกลัวที่จะขอข้อเสียคือ ช่างบางคนที่ประจำอยู่ในร้านทำผมอาจมีประสบการณ์ในการเกล้าผม หรือทำผมเจ้าสาวน้อย เพราะงานส่วนใหญ่ในร้านมักเป็นงานซอยผม ทำสี ดัดผม ฉะนั้นคุณต้องสืบและสอบถามให้รู้เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะตกปากรับคำสัญญากัน ส่วนเรื่องของค่าใช้จ่ายนั้นก็คงจะขึ้นอยู่กับระดับชั้นฝีมือของช่างแต่ละร้านซึ่งไม่มีราคาเป็นมาตรฐานครับ
2. ช่างที่รับงานทำผมนอกสถานที่ มีตั้งแต่ช่างผมระดับมืออาชีพที่ทำงานแฟชั่นประจำกองถ่ายหนัง ยันช่างอิสระมือรองๆ ลงมา ซึ่งอาจจะรับงานในแวดวงบันเทิงหรือไฮโซ ช่างประเภทนี้ มีข้อดีอยู่ที่ ช่างส่วนใหญ่มีความชำนาญในการเกล้าและแต่งผมเจ้าสาวมากกว่าช่างที่ประจำอยู่ในร้าน (อันนี้พูดถึงโดยทั่วไปนะครับ ช่างประจำร้านบางคนก็อาจมีฝีมือ มีความพิถีพิถ้น รวมไปถึงรสนิยมที่ดีกว่าก็เป็นไปได้ครับ) เพราะงานที่ทำเป็นประจำส่วนใหญ่ของช่างประเภทนี้ คืองานหวี จัดแต่งทรงผมมากว่าตัดซอยครับ ส่วนข้อเสียคือการติดต่อสื่อสารปรึกษาหารือมักไม่ค่อยมีโอกาสมากนัก เพราะการติดต่อส่วนใหญ่จะใช้พูดคุยผ่านโทรศัพท์เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยมากแล้วช่างมักจะได้พบกับเจ้าสาวก็วันงานเลยเพราะช่างประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีความมั่นใจในตัวเองสูง ถือว่าเป็นมืออาชีพแล้วไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก สำหรับเจ้าสาวที่ต้องการรายละเอียดของทรงผมให้ได้ดั่งใจทุกประการจึงอาจผิดหวังกับการใช้บริการจากช่างประเภทนี้ได้ และอีกประเด็นหนึ่งที่ควรระวังสำหรับเจ้าสาวที่ต้องการใช้ช่างที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการคือ เวลา เนื่องจากบ้านเรางานแต่งงานมักถูกกำหนดฤกษ์โดยหมอดู ซึ่งมักจะเป็นวันดีที่ใครๆ ก็ต้องแต่งในวันนั้น ฉะนั้นในวันดีๆ นั้นๆ จึงเป็นวันที่บรรดาช่างเหล่านี้จะต้องทำเวลาวิ่งรอกกันอย่างสุดชีวิต เพื่อจะเก็บงานให้ได้ครบตามที่นัดไว้ ในระยะหลังนี้ผมจึงค่อนข้างได้รับฟังเรื่องราว แบบตัดพ้อมาตลอดว่า ช่างมาทำผมเจ้าสาวแบบรีบๆ ให้เสร็จๆ ไป รับเงินแล้วก็วิ่งรอกไปอีกงานหนี่งจนเจ้าสาวรู้สึกว่าไม่ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจังเท่าที่ควร สนนราคาของช่างประเภทนี้ ในระดับกลางๆ จะอยู่ที่ประมาณสามพันถึงห้าพันบาทต่อครั้ง หากใช้ในระดับที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นแล้วก็จะสูงเป็นระดับหมื่นครับ ในขณะนี้ส่วนใหญ่มักนิยมรับกันเป็นแพ็คเกจเหมารวมพร้อมช่างแต่งหน้า ทั้งงานเช้าและกลางคืนก็อยู่ที่ประมาณบวกลบสองหมื่นครับ
3. ช่างจากสตูดิโอวิวาห์ เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้จะแต่งงานทั้งทีต้องมีการเข้าร้านซื้อแพคเกจเรือนหมื่นเรือนแสนเพื่อถ่ายรูปชวนฝันเก็บไว้เป็นที่ระลึกในบางแพ็คเกจจึงรวมเอาการทำผมแต่งหน้าในงานวันจริงเข้าไปด้วย ข้อดีของการใช้ช่างจากสตูดิโอ คือ อย่างน้อยคุณก็ได้รู้ถึงฝีมือของช่างผมเมื่อวันที่ถ่ายภาพแล้ว ว่าคุณแฮ้ปปี้กับงานมากน้อยแค่ไหน จะปรับจะเพิ่มก็คุยกันได้ง่ายได้ละเอียดกว่า ว่าไปแล้วดูเหมือนช่างจากสตูดิโอแต่งงานนี้ จะเป็นตัวเลือกที่เวิร์คที่สุดตอนนี้ ด้วยความพร้อมในอุปกรณ์สถานที่ด้วยความชำนาญของสายงานที่ตรงกับลักษณะ งานมากที่สุด ยกเว้นอยู่อย่างเดียวครับ คือคุณไม่ชอบงานของเขาเลยเมื่อตอนถ่ายภาพ และคุณก็ไม่มั่นใจด้วยว่าเขาจะเข้าใจความต้องการของคุณได้ดีขึ้น หากคุณให้โอกาสอีกครั้งหนึ่งกับเขา เรื่องค่าใช้จ่ายนั้นก็อาจจะมีดีลที่ดีกว่าด้วย เพราะเหมารวมงานถ่ายภาพด้วย การเจรจาต่อรองก็น่าจะง่ายขึ้น ขออย่างเดียวอย่าโชคร้ายไปเจอจอมขมังเวทย์เป่ากระหม่อมพูดกล่อมจนคุณหลวมตัวเสียค่าแพ็คเกจไปเป็นแสน เพราะเท่าที่รู้มานั้นสตูดิโอหลายแห่งมีวิธีการหลอกล่อเล่นเกมกระตุ้นต่อมกิเลสได้อย่างแนบเนียน แถมโน่นโปรโมชั่นนี่จนคุณอดใจไว้ไม่อยู่ต้องยอมจ่ายมากกว่าเพื่อให้ได้โน่นได้นี่มากมาย แต่ในที่สุดคุณก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยจากโปรโมชั่นที่ได้มา อย่างนี้ก็พบเยอะเหมือนกันครับ ขอให้ระวังข้อนี้ไว้ด้วยครับ
เอาล่ะครับของฝากสำหรับเจ้าสาวปีนี้ก็คงมีแต่เพียงเท่านี้นะครับ สรุปว่าผมคงฟันธงให้คุณๆ บรรดาเจ้าสาวทั้งหลายไม่ได้หรอกนะครับว่าจะเลือกช่างประเภทไหนไปทำผมสวยให้คุณในวันแต่งงาน เอาเป็นว่าลองๆ Shop Around ดูก็แล้วกันครับว่าช่างคนไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด เลือกใช้คนที่ฟัง คุณ แนะนำคุณและคุณรู้สึกว่าเขาเข้าใจคุณมากที่สุดนั่นแหละครับใช่เลย แล้วถ้าเจ้าบ่าวงอแงไม่มาตามนัดก็แต่งกับช่างผมคนนี้ได้เลยนะครับฮ่า ฮ่า ฮ่า เพราะดูสเป็คพี่แกแล้ว คนอะไร้ช่างเพอร์เฟ็กต์สมบูรณ์แบบเสียไม่มี อิ อิ???
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย