รัก & โรแมนซ์
โรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์
ฉีดโบท็อก

จากกรณีที่ “วิทย์” วรวิทย์ แก้วเพชร ดาราดัง ออกมาให้ข่าวว่า ไปใช้บริการคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ด้วยการฉีด “โบท็อกซ์” แล้วเกิดผลข้างเคียง จนหนังตาข้างซ้ายย้อยลงจนเกือบปิด คงทำให้ผู้อ่านที่อยากหน้าเด้ง ไม่มีริ้วรอย หันมาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถึงข้อดีข้อเสีย ก่อนที่จะตัดสินใจไปใช้บริการ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า “โบท็อกซ์” เป็นชื่อทางการค้าของ “โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ” ซึ่งเป็นพิษของแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม”

พิษของแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” คือ “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” ทำให้เกิดอาการในคนได้ จากการรับประทานอาหารกระป๋องซึ่งปนเปื้อนพิษนี้ ที่เป็นข่าวฮือฮาในบ้านเราก็คือการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ เรียกอาการโรคนี้ว่า “โบทูลิซึ่ม” ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน เกิดตาพร่า เห็นเป็นสองภาพ ต่อมาจะกลืนลำบาก หายใจไม่ออก เกิดอัมพาตของแขนขา และอาการอัมพาตของระบบประสาทอัตโนมัติจะเห็นเด่นชัดขึ้น เช่น ท้องอืด ถ่ายปัสสาวะไม่ออก ความดันโลหิตตก ถึงขั้นหยุดหายใจและเสียชีวิตได้

การนำ “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” มาใช้ทางการแพทย์ ในระยะเริ่มแรกจักษุแพทย์นำมารักษาภาวะตาเหล่ และภาวะกล้ามเนื้อตาหดเกร็งผิดปกติ ต่อมาเมื่อปี 2530 พญ.จีน คาร์รูเธอร์ จักษุแพทย์ชาวแคนาดา ได้สังเกตเห็นว่ารอยย่นหัวคิ้วจะหายไปเมื่อฉีด “โบทูลินั่ม ท็อก ซิน” รักษาภาวะกล้ามเนื้อตาหดเกร็งผิดปกติ จึงได้ร่วมกับสามีซึ่งเป็นแพทย์ผิวหนัง นำมารักษารอยย่นบนใบหน้า เช่น รอยย่นบริเวณหัวคิ้ว รอย ย่นบนหน้าผาก รอยตีนกา พบว่าได้ผลดี และรายงานผลการศึกษาในปี 2533 จึงเกิดกระแสนิยมใช้ “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” ในกลุ่มแพทย์สาขาโรค ผิวหนังเพิ่มขึ้น

วิธีการฉีด “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อใต้ผิวหนังแต่ละจุด โดยปริมาณในการฉีดแต่ละครั้งจะแตกต่างกันตามความกว้างของพื้นที่ผิวหนังและจำนวนรอยย่นของผิวหนังคนไข้แต่ละราย ฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ทั้งนี้การฉีดจะต้องให้ขนาดยาเท่ากัน 2 ข้าง เพื่อให้รูปหน้าซ้ายขวาเหมือนกัน การฉีดยาในปริมาณต่ำจะปลอดภัยกว่าและสามารถฉีดเพิ่มเติมภายหลังได้ โดยเฉพาะบริเวณหางตาควรใช้ยาในปริมาณต่ำ

ผลข้างเคียงของการฉีด “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” พบน้อย เช่น อาการเจ็บบริเวณฉีด ผิวหนังเกิดรอยช้ำจากการฉีด มึนศีรษะหรือคลื่นไส้ แต่ถ้าใช้เข็มขนาดเล็กและฉีดอย่างระมัดระวังมักไม่เกิดปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ไม่ควรขยี้บริเวณฉีด เพราะยาอาจกระจายออกนอกรอยฉีด หลังฉีดแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว 2-3 ชั่วโมง เช่น ยิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้ว จะช่วยให้ยาเข้าไปเกาะในเซลล์สะดวกขึ้น ก่อนฉีดควรถามประวัติการรับประทานยากลุ่มแอสไพริน และยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด ซึ่งจะทำให้เกิดรอยช้ำง่าย จึงควรหยุดยาดังกล่าว 7-10 วันก่อนฉีด

ปัญหาแทรกซ้อนหลังการฉีด “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” ที่อาจเกิดขึ้นได้มีดังนี้

1.หนังตาตก พบได้หลังฉีดยารักษารอยย่นของหน้าผาก จะเกิดหลังฉีด 7-10 วัน และอาการจะดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์

2.คิ้วตก การฉีดยารักษารอยย่นหน้าผาก ถ้าฉีดบริเวณใกล้หางคิ้ว จะทำให้ไม่สามารถเลิกคิ้วได้ ทำให้ใบหน้าไม่สามารถแสดงความรู้สึก

3.มุมปากบนห้อยลง การฉีดรอยตีนกา ถ้าฉีดลึกยาอาจซึมเข้ากล้ามเนื้อ และทำให้ริมฝีปากบนหย่อนลงได้

4.ตาแห้ง การฉีดรักษารอยตีนกา ยาอาจซึมเข้าต่อมน้ำตา ทำให้การสร้างน้ำตาลดลง

5.การฉีดซ้ำหลายครั้ง กล้ามเนื้ออาจลีบและเกิดพังผืดในกล้ามเนื้อ

6.การเกิดภูมิต้าน “โบทูลินั่ม ท็อกซิน” จากการศึกษาพบว่า ถ้าฉีดในปริมาณมากกว่า 300 หน่วย ทุกเดือนติดต่อกัน จะทำให้เกิดสารต้าน ภูมิได้.

นวพรรษ บุญชาญ


ที่มาข้อมูล :หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ส่งหน้านี้ให้เพื่อนอ่าน | พิมพ์
E-mail

บทความที่น่าสนใจบน MSN ผู้หญิง
เย็นกายเย็นใจเมื่อตั้งครรภ์
ต้อหินกับคอมพิวเตอร์
น่าตกใจ หญิงสูงอายุไทยเป็นกระดูกพรุนถึง 1 ใน 7
สร้างความสมดุลให้ร่างกาย
Advertisement

เม้าท์กระจายรายวัน



สวยสุขภาพ
มุมสุขภาพ
ทิปส์น่ารู้เพื่อสุขภาพ
อาหารเพื่อสุขภาพ
โรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์
สุขภาพในช่องปาก
การลดน้ำหนัก
สนุกกับการออกกำลังกาย

ช้อปปิ้ง
ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด
เครื่องประดับ
ผลิตภัณฑ์บิ้วตี้
ตกแต่งบ้าน
พลาดไม่ได้

รัก & โรแมนซ์
เรื่องบนเตียง
โรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์
ดูแลความสัมพันธ์

บิวตี้ & สไตล์
แฟชั่นวีดีโอ
เทรนด์ อัพเดต
เปลี่ยนลุคให้ดูดี
เมคอัพ
หน้า & ผิว
เส้นผม
มือ & เล็บ
ช้อปปิ้ง

บ้านน่าอยู่
บ้านสวยสไตล์คุณ
เปิดบ้านคนดัง
ดอกไม้
จัดสวน
อาหาร & เครื่องดื่ม
ผู้หญิงชวนกันเที่ยว
สร้างแรงบันดาลใจ
ช้อปปิ้ง