
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล
คุณเคยเห็นหรือได้ยินข่าวหรือไม่ ที่เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ดาราบางคนที่มักจะชอบมีข่าวคาวๆ เรื่องการมีsex หรือมีความสุขทางเพศแบบผิดที่ผิดทาง เช่น ในรถที่จอดอยู่มุมมืด ข้างทาง มุมตึก ตึกร้าง แม้แต่กระทั่งในรถสาธารณะ เช่น รถเมล์ไปจนถึงรถไฟฟ้า จนเป็นข่าวออกมาครึกโครม บางรายก็นั่งยิ้มหน้าตาเฉยออกหน้าหนังสือพิมพ์ บางรายก็ปิดข่าวกันให้วุ่นไปหมด หมดเงินเท่าไรไม่ว่าขอรักษาหน้าไว้ก่อน เพราะเป็นคนดังในสังคม
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานที่ สิ่งแวดล้อมรวมถึงบรรยากาศก็มีอิทธิพลต่อความรู้สึกทางเพศและชี้ชวนให้เกิดการมี sex รูปแบบต่างๆ ตามสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งบางครั้งเหมาะสมบ้าง ไม่เหมาะสมบ้าง หลายคนตีความหมายของความสุขทางเพศโดยการรวมเอาความตื่นเต้นเป็นหัวใจสำคัญอันหนึ่งที่ขาดเสียมิได้ ก็คงเปรียบเหมือนการรับประทานส้มตำที่มิได้ใส่พริกหรือบีบมะนาวเพิ่มความแซ่บนั่นเอง และก็คงเป็นโจทย์ที่ต้องนำมาขบคิดอีกว่าจะรับประทานส้มตำอย่างไรที่ไม่ใส่พริกหรือบีบมะนาวให้อร่อยได้ เปรียบเสมือนการมี sex ที่อยู่ในที่ที่เหมาะสมไม่หวือหวาตื่นเต้นแต่ก็สามารถมีความสุขได้เช่นเดียวกัน
ตัวอย่างและความสำคัญของสิ่งแวดล้อมต่อการมี sex
หลายคนคงแปลกใจว่ามีความสำคัญด้วยหรือ เพราะที่จริงแล้วสถานที่ที่เหมาะสม คือห้องนอนหรือห้องส่วนตัว มีปัญหาบ้างที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมหรือบรรยากาศไม่เหมาะสมจะด้วยเหตุปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมีผลกระทบไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาวก็ได้
การที่วัยรุ่นคนหนึ่งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความเป็นส่วนตัว การพัฒนาการทางด้านเพศมีความจำกัดและเก็บกดมากเกินไปทำให้แทนที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถมี sex ได้อย่างเหมาะสมก็กลายเป็นความเร่งรีบ แอบกระทำ หรือเก็บกด เหล่านี้แม้ว่าสิ่งแวดล้อมอาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงแต่ก็ส่งผลกระทบโดยทางอ้อม หรือนอกจากนี้บางครอบครัวที่มีบรรยากาศของการห้ามพูดหรือกล่าวถึงเรื่องทางเพศไม่ว่าจะเป็นการพูดเพื่อความรู้หรือเป็นการพูดแบบทะลึ่งสนุกสนานในครอบครัว รวมถึงท่าทีของผู้ปกครองที่หัวสมัยเก่า ถ่ายทอดกันมานานแสนนาน สุดท้ายก็ถ่ายทอดกลับมายังลูกหลานในสองรูปแบบคือการเก็บกดที่มากเกินไปจนกลายเป็นอาการของโรคประสาท (neurosis) หรือมีการแสดงออกที่มากจนเกินไป(over action)ล้วนแล้วแต่แสดงถึงความผิดปกติทั้งสิ้น และเมื่อเกิดขึ้นใครแล้วการแก้ไขคงจะไม่ง่ายนัก
และนั่นก็คือตัวอย่างให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านจิตใจแบบคร่าวๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมีผลต่อ sexในปัจจุบันด้วย ส่วนอีกตัวอย่างที่ยกมาเป็นเรื่องของปัจจุบันที่เกิดขึ้นคือเรื่องของคนที่กำลังจะมีsexหรือกิจกรรมทางเพศเกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่คนส่วนใหญ่มองภาพลักษณ์ไม่ดี เช่น ในโรงแรมม่านรูด (ซึ่งบางคนอาจจะไม่คิดอะไรมากมาย) เปรียบเทียบกับการที่คุณกำลังมี sex อยู่ในโรงแรมหรูๆ หรือบ้านพักตากอากาศที่แสนจะโรแมนติก ภายใต้แสงเทียนและกลิ่นหอมสดชื่น อันไหนจะน่าประทับใจกว่ากัน
นอกจากนี้ถ้ากำลังมีความรู้สึกทางเพศที่ถูกกระตุ้นด้วยการถ้ำมอง การถูไถ การลักขโมยชุดชั้นในมาสำเร็จความใคร่ หรือแม้แต่การแอบมี sex กับสัตว์ ลองคิดดูว่าจะน่าตื่นเต้นหรือว่าน่ากลัวกันแน่ คำตอบคงแตกต่างกันออกไปขึ้นกับสุขภาพจิตแต่ละคน ซึ่งส่งผลต่อจินตนาการในเรื่องsexของแต่ละคน
สาเหตุของการมีsex แบบผิดที่ผิดทาง
ความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่เข้าใครออกใคร อย่าว่าแต่วัยรุ่นเลยกระทั่งผู้ใหญ่บางคนก็มักมีสาเหตุจากการชอบความตื่นเต้นเร้าใจทั้งสิ้น โดยพื้นฐานธรรมชาติของจิตใจมนุษย์นั้นการได้แสดงออกซึ่งความปลดปล่อยย่อมนำมาซึ่งความสุข ดังนั้นการปลดปล่อยโดยการหาความตื่นเต้นมากระตุ้นจึงเป็นสิ่งพึงปรารถนา วิธีการใดบ้างที่ทำให้เกิดความตื่นเต้น กรณีนี้เป็นเพียงการใช้สถานที่เป็นองค์ประกอบของความต้องการเท่านั้น เช่นบางคนชอบมี sex ในที่มืดๆ เปลี่ยวๆ แต่ก็เป็นที่ที่อาจจะมีคนผ่านไปมาได้ รู้ทั้งรู้อยู่ แต่ความตื่นเต้นอยู่ที่การได้ลุ้นหรือคอยระแวดระวังว่าจะมีใครมาเห็นกิจกรรมทางเพศหรือไม่ จนเกิดความสุขอย่างท่วมท้น บางคนก็ถูกกระตุ้นความรู้สึกทางเพศอย่างมาก(และก็เป็นพวกที่ควบคุมตนเองยากด้วย)ก่อนจะถึงที่หมาย ก็เลยขอแวะข้างทางเลยก็มี นอกจากนี้ยังไม่นับรวมถึงการใช้วัตถุหรือบุคคลต่างๆ เข้ามาช่วยทำให้เกิดความพึงพอใจ ถ้ารูปแบบของความสุขแปลกประหลาดหรือเบี่ยงเบนไปจากความเหมาะสมมากๆ ก็เรียกว่าเป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ (sexual deviation) ซึ่งจัดว่าเป็นความผิดปกติทางด้านจิตเวชชนิดหนึ่ง
กลุ่มที่รักการโชว์เป็นชีวิตจิตใจ (show off) ทั้งโชว์เดี่ยวหรือโชว์คู่หรือหมู่ ก็จัดเข้าพวก exhibitionism ได้ทั้งสิ้น นำมาซึ่งความสนุกสนานตื่นเต้นบ้าง หรือไม่ตื่นเต้นแล้วก็มี เพราะทำบ่อยเป็นประจำแบบไร้ยางอายเลย เกิดความเคยชินมักพบในพวกที่เป็นดาราหนังโป๊ที่ต้องแสดงโชว์ต่อหน้าผู้ชม จนดูเป็นเรื่องธรรมดา (ก็คงได้รับคำตอบว่า ด้านได้ (เงิน) อายอดนั่นเอง) บางพวกก็เป็นพวกที่เรียกว่าหลงตัวเอง(narcissism) คือประมาณว่าฉันมีอะไรดีๆ จะเก็บไว้คนเดียวทำไม ค่านิยมของคนยุคใหม่ที่ชอบเลียนแบบทางตะวันตก เริ่มจากการกอดจูบกันตามที่สาธารณะ โดยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาและแสดงถึงความภาคภูมิใจที่ตนเองมีคู่ที่มีความสุขมากเหลือเกิน อยากให้คนรอบข้างอิจฉา ทำจนเคยชินจนไม่รู้สึกว่าสายตาที่คนอื่นมอง อาจจะมองด้วยในทางตรงกันข้ามคือ สมเพชหรือเหนื่อยใจที่วัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยกำลังหดหายลงไปทุกทีแล้ว นอกจากนี้ก็เป็นกลุ่มที่อยู่ในอาการเมาสารเสพติดทั้งหลายจนขาดความยับยั้งชั่งใจจนบางรายก็เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ที่ถูกเอาของสงวนมาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชนอย่างไม่ทันรู้ตัว ก็อาจจะสายเกินไป
เปลี่ยนบรรยากาศ ก็คงจะเกี่ยวข้องกับข้อแรกอยู่มากพอสมควร แต่อาจไม่ได้เน้นความตื่นเต้นมากนัก แต่เน้นความตื่นตาตื่นใจมากกว่า อะไรอะไรที่ผิดที่ ผิดทางดูจะกระตุ้นอารมณ์ไปเสียหมด คนจำพวกนี้ก็เป็นพวกที่เบื่อง่าย(และก็คงจะหน่ายเร็ว) ดังนั้นก็ต้องหาสถานที่ที่เผอิญว่าต้องตื่นตาตื่นใจหน่อย และสถานที่เหล่านั้นก็คงไม่พ้นที่ที่ไม่เหมาะสมอีกเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ในตึกร้าง ที่บางคนบอกว่าน่าจะมีผีสิง แต่ปรากฏว่าพอไปพิสูจน์เข้าจริง เจอถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วเกลื่อนไปหมด คงไม่น่าจะมีใครตามมาดู แต่ก็ให้รสชาติของความแปลกใหม่ไม่น้อย พวกนี้เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมตามมา คงไม่ต้องบรรยายกระมังครับว่าอะไรจะเกิดอะไรได้บ้าง เห็นกันตามหน้าหนังสือพิมพ์อีกเช่นเดียวกัน แต่ก็แปลก ยังมีเกิดขึ้นอยู่เกือบทุกวัน ไม่อายผีสางเทวดากันบ้างเลย
กลุ่มที่มีปัญหาทางจิตเวช อีกกลุ่มหนึ่งที่พบได้ ก็คงหนีไม่พ้นพวกที่ป่วยทางจิตทั้งหลาย เช่น โรคจิต(Psychosis) โรคอารมณ์แปรปรวน(Bipolar disorder) เนื่องจากเวลาที่มีความเจ็บป่วยจะไม่รู้ตัว การตัดสินใจไม่ดี และการควบคุมตนเองเสียไป จะว่าไปกลุ่มนี้น่าเห็นใจที่สุดเพราะไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เมื่อได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว การรับรู้ตนเองกลับมาดี ก็ไม่อยากกลับไปทำอีก ผิดกับพวกที่รู้ตัวและชอบทำแล้วรู้สึกเป็นสุข แก้ไขค่อนข้างยาก เพราะมีแรงจูงใจให้กระทำแล้วเกิดความสุขอยู่ตลอดเวลา
สาเหตุอื่นๆ เช่น พวกที่ไม่มีที่เป็นส่วนตัว หรืออยู่ในที่ค่อนข้างแออัด ขาดโอกาสทางสังคมดีๆ เรียกง่ายๆ ว่ายากจน การอยู่รวมกันก็ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการมีกิจกรรมทางเพศ ดังนั้นก็อาจจะต้องหาสถานที่อื่นๆ ที่อาจมี sex ได้ แต่ก็ทำไปด้วยความเร่งรีบ อาจจะไม่เป็นปัญหามากนัก เช่น ในห้องน้ำสาธารณะแต่ก็ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมสำหรับสังคมไทยอยู่ดี (อย่าเลียนแบบหนังฝรั่งหรือพฤติกรรมของพวกฝรั่งบางคนมากนัก เพราะจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมแบบนี้เช่นเดียวกัน)
โดยสรุปแล้วพวกที่มีปัญหา sex ผิดที่ผิดทางมากที่สุดก็อยู่ในกลุ่มที่มีปัญหาทางจิตที่เรียกว่าพวกพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ(sexual deviation)นั่นเอง

คำแนะนำสำหรับวิธีการสังเกตหรือช่วยเหลือผู้ที่มี sex แบบผิดที่ผิดทาง
1. เริ่มต้นสังเกตพฤติกรรมทางเพศของตนเองว่าหลังมีความสุขจากการมี sex แล้ว ความเหมาะสมของสิ่งที่ทำลงไปมากน้อยขนาดไหน หรือคุณรู้สึกว่าบางครั้งไม่ ค่อยสบายใจกับสิ่งที่ทำลงไปบ้างหรือไม่ ถ้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ หมายถึงต้อง มีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ
2. สถานที่ในการมี sex ของคุณ สังคมมีการยอมรับกันว่าสมควรทำหรือไม่ ถ้าไม่ ถึงแม้ คุณจะรู้สึกว่ามีความสุขมากก็ตามก็ยังถือว่าไม่ปกติ และถ้าคุณยังคงทำไปเรื่อยๆ เชื่อว่าวันหนึ่งต้องเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
3. เรื่องเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องที่น่าอายและไม่กล้าเล่าให้ฟัง แต่อย่ารอให้เกิดเรื่องจนอับอายแล้วถูกส่งมาบำบัดรักษา ควรหาคนที่สนิทมากที่สุดหรือขอคำปรึกษากับบุคลากรทางด้านสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นการโทร.มาขอคำปรึกษาหรือพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก็ได้ เพื่อการบำบัดรักษาต่อไป
กรณีที่คุณเป็นผู้ปกครองของบุตรหลานที่มีพฤติกรรมเรื่องsexแบบนี้ ขอให้ ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งด่าว่า ควรหาช่วงเวลาที่เหมาะสมค่อยคุยและทำความเข้าใจ
แสดงความเห็นใจและให้คำปรึกษาหรือหาทางช่วยให้เขาได้มารับการรักษา อย่างไรก็ตามถ้าสามารถป้องกันได้ คือการฝึกให้เขารู้จักควบคุมตนเองต่อ
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ดีกว่าการที่มาคอยตามแก้ไขในภายหลัง
TIPS สำหรับการมี sex ดีๆ แบบถูกที่ถูกทาง
การสร้างความพึงพอใจให้คู่รักก่อนมี sex ในสถานที่ที่เป็นส่วนตัว
- หมั่นคอยสังเกตว่าอะไรบ้างที่คู่ของคุณชอบ แล้วคุณสามารถตอบสนองได้ แม้จะไม่มีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศแต่อย่างน้อยก็ทำให้คู่ของคุณมีความสุข หรือพึงพอใจ เช่น การพาไปดูหนังที่ดีๆ และคิดว่าเขาหรือเธอชอบ นอกจากนี้กรณีที่คุณอยู่ที่บ้านก็อาจจะเลือกดูโปรแกรมรายการโทรทัศน์ที่เขาหรือเธอชอบเป็นพิเศษก็จะเป็นการเอาอกเอาใจแบบง่ายๆ เบื้องต้น
- การจัดหาสถานที่พักผ่อนร่วมกันที่สวยงาม น่าประทับใจหรือให้ความรู้สึกโรแมนติก ผ่อนคลาย ก็สามารถกระตุ้นความรู้สึกทางเพศได้เป็นอย่างดี และไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่ที่ราคาแพงหรือหรูหราเสมอไป สิ่งสำคัญคือคุณได้ให้เวลากับคู่ของคุณอย่างเต็มที่หรือใกล้ชิดกันเท่านั้นเอง
- อย่าลืมดอกไม้เป็นเครื่องมือที่สื่อสารความรู้สึกหรือความพึงพอใจต่อกันได้เป็นอย่างดี คุณผู้หญิงอย่าคิดว่าผู้ชายไม่ชอบดอกไม้ ความจริงแล้วทุกเพศ ทุกวัย ล้วนแล้วแต่ชอบดอกไม้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าได้มีการศึกษาถึงความต้องการหรือดอกไม้ที่คู่ของคุณโปรดปรานไว้แล้วหรือยัง การจัดสถานที่ให้มีดอกไม้หรือต้นไม้สามารถเพิ่มความสดชื่นให้บรรยากาศได้เป็นอย่างดี
- ถ้าคู่ของคุณเพิ่งเสร็จจากภารกิจต่างๆ ที่ทำให้เกิดความเครียด การช่วยให้คู่ของคุณได้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าก่อน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยเลย เช่น การจัดเตรียมน้ำให้อาบ เตรียมเครื่องดื่มที่กระตุ้นความสดชื่น หรือวิธีการใดๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลายหรือแม้แต่ทำอาหารให้รับประทานด้วย ก็ยิ่งสร้างความประทับใจหรือความรู้สึกที่ดีมากยิ่งขึ้น การสร้างบรรยากาศหรือสิ่งแวดล้อมส่วนตัวที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ
- เริ่มต้นจากการสัมผัสบนเตียงนุ่มๆ ในห้องนอนที่คุณคิดว่ามีความเป็นส่วนตัว
- มีการกระตุ้นด้วยกลิ่นหอมๆ เช่น การจุดเทียนหอมหรือการใช้น้ำมันหอมระเหย หรือแม้แต่กลิ่นเครื่องหอมต่างๆที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ หรืออาจจะเปลี่ยนกลิ่นบ้าง (บางครั้งอะไรที่ผิดสีผิดกลิ่นก็สามารถกระตุ้นความรู้สึกไม่ซ้ำซากจำเจได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน)
- บางคนอาจจะใช้เรื่องรสชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มิได้หมายถึงการรับประทานอาหารระหว่างมีsex แต่พวกช็อคโกเล็ตหรือน้ำผึ้งก็อาจจะนำมาใช้ในการเพิ่มรสชาติได้(ระวังหกเลอะเทอะ หน่อยก็แล้วกัน) ถ้ากังวลมากนักก็ใช้ก้อนน้ำแข็งแทน เหมือนในหนังบางเรื่องก็ไม่ว่ากัน
- เสียงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเช่นกัน ควรเป็นสถานที่เงียบๆ หรือเสียงเพลงคลอเบาๆ ในระหว่างมีsex รวมถึงการใช้คำพูดสุภาพหรืออ่อนหวาน
- หลังจากที่ผ่านกิจกรรมเบื้องต้น(ไม่ต้องตามขั้นตอนทั้งหมดก็ได้ ปรับใช้ไปแล้ว การอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ควรให้มีแสงไฟสลัวๆ ไม่สว่าง หรือมืดเกินไป (เพราะอาจทำให้เกิดเหตุการณ์อิ่มแล้วหลับได้) ขั้นตอนต่อไปคุณจะทำอะไรต่อก็ตามแต่สะดวก
มาถึงตอนนี้คุณคงได้ไอเดียแล้วว่าจะนำสิ่งไหนไปใช้ให้เหมาะสมกับคู่ของคุณและอย่าลืมนึกถึงความเหมาะสมของวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ความสุขในกิจกรรมทางเพศที่เป็นเรื่องส่วนตัวและก็เป็นแบบถูกที่ถูกทาง โดยที่ไม่ต้องเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตื่นเต้น(แบบที่สังคมไม่ยอมรับ)หรือตนเองต้องวิตกกังวลอีกต่อไป
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today