
นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล
เดือนตุลาคมย่างกรายเข้ามาอีกครั้งพร้อมสายฝนที่กระหน่ำลงมา วัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลงของฤดูต่างๆนั้นเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นหมุนเวียนไปมาไม่รู้จบสิ้น เฉกเช่น วัฏจักรชีวิตของคนเราที่หมุนเวียนไปในแต่ละเดือน แต่ละปี แต่มีวันจบสิ้น หรือสิ้นสุดได้เมื่อเราสิ้นอายุขัย ความรู้สึกนึกคิดต่อสิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นตัวกำหนดความสุขหรือความทุกข์ของเราอย่างหนึ่ง เรื่องของเซ็กส์ ในวัยที่เปลี่ยนไปก็เช่นกัน ใครจะปรับตัวให้มีความสุขกับความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ กันอย่างไร
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้อ่านบทความหนึ่งที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์ ในผู้สูงอายุ(ที่ยังหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์) ว่าการได้มีเซ็กส์ กับเด็กสาวอายุน้อยๆ จะทำให้ชีวิตยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ผู้สูงอายุบางคนอาจเห็นด้วย เพราะเปรียบเสมือนการได้รับประทานผลไม้สดๆ ย่อมนำมาซึ่งความสุขสดชื่นเป็นธรรมดา แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบก็ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าแง่บวก เนื่องจากศีลธรรมและค่านิยมของสังคม ตลอดจนเรื่องของสังขารนั้นไม่เหมาะสมโดยสิ้นเชิง จากการที่มีข่าวคาวแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เราน่าจะหันมาให้ความใส่ใจ ไม่เฉพาะในวัยผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ควรมีการใส่ใจเรื่องพฤติกรรมทางเพศในทุกๆ วัยด้วยเพื่อหาทางป้องกันและแก้ปัญหาความไม่เหมาะสมของ “วัย และเซ็กส์” หรือพัฒนาการทางเพศในแต่ละวัยครับ
พัฒนาการทางด้านร่างกายของมนุษย์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงควบคู่กับพัฒนาการทางด้านจิตใจ รวมทั้งเรื่องเพศก็เช่นเดียวกัน หลายคนเข้าใจว่าเรื่องทางเพศจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนวัยรุ่นเสียอีก เพียงแต่มิได้ออกมาในเรื่องของกิจกรรมทางเพศ แต่ออกมาในเรื่องของการรับรู้บทบาทของตนเองว่าเป็นเพศใด เป็นต้น
วัยเด็กตอนต้นหรือวัยก่อนเข้าโรงเรียน ถือเป็นช่วงวิกฤตครับ ถ้าใครเคยได้ยินเรื่องของปมอีดีปุส(Oedepus Complex) ซึ่งฟรอยด์ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของเด็กที่มีต่อพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตน โดยอาจเกิดการแข่งขัน ริษยาพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนที่ให้ความรักกับพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศตรงข้ามกับตัวเอง ถ้าเด็กไม่สามารถผ่านช่วงของการพัฒนาการทางจิตใจในวัยนี้ไปได้ก็อาจมีปัญหาขึ้น อาจนำมาเรื่องของพัฒนาการทางเพศและจิตใจที่ผิดปกติได้ นอกจากนี้เด็กชายยังมีความหวาดกลัวในเรื่องการสูญเสียอวัยวะเพศของตน (Castration fear) ส่วนเด็กหญิงก็มีความกังวลและอิจฉาที่ตนเองไม่มีอวัยวะเพศเหมือนเพศชาย (Penis Envy) ซึ่งในวัยนี้เด็กอาจจะมีการจับต้องหรือเล่นอวัยวะเพศของตนเองบ่อยๆ อยู่ระยะหนึ่ง แต่ไม่ถือเป็นความผิดปกติ เพียงแต่พ่อแม่ต้องคอยชักจูงให้เด็กไปสนใจในด้านอื่นแทน ไม่ควรดุหรือทำโทษเนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาตามมาเมื่อเป็นวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ได้
วัยเด็กตอนปลายหรือวัยเรียน เด็กจะเริ่มมองเห็นและรู้จักตนเองมากขึ้น มีการเลียนแบบพฤติกรรมทางเพศอย่างกว้างขวาง โดยการเรียนรู้จากบุคคลที่ได้พบเห็นและจากการที่ได้เห็นได้ฟังจากสื่อต่างๆ และที่สำคัญคือกลุ่มเพื่อนซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาบุคลิกภาพด้วย ถ้าเกิดปัญหาในการพัฒนาการวัยนี้ อาจทำให้เด็กประพฤติตัวไม่เหมาะสมตามบทบาททางเพศของตนเอง แต่พฤติกรรมทางเพศก็มิได้แสดงออกมาอย่างโดดเด่นมากนัก โดยรวมวัยนี้ยังไม่ค่อยมีปัญหาทางเพศมากนัก เนื่องจากรูปลักษณ์ของเพศยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเด็กยังให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเรียน เรื่องเล่นเป็นส่วนใหญ่
วัยรุ่น ซึ่งแบ่งเป็นวัยรุ่นตอนต้น ตอนกลางและตอนปลาย วัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย รวมถึงเรื่องทางเพศด้วย สิ่งที่ตามมาที่สำคัญคือเรื่องอารมณ์ ความคิดอ่อนไหว และแปรปรวนง่าย เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากสังคมหรือจากเพื่อนฝูงเป็นหลัก จึงแสดงออกเพื่อเรียกร้องความสนใจ ด้วยพฤติกรรม นิสัยใจคอ และที่น่าเป็นห่วงคือการใช้เซ็กส์ เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องการยอมรับด้วยเช่นกัน นำมาซึ่งปัญหามากมาย และเซ็กส์ ของวัยรุ่นนี้นับวันจะเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
มาถึงวัยผู้ใหญ่หรือวัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น เป็นวัยแห่งการเลือกคู่ครอง(และคู่ควง) ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนคู่อยู่บ่อยๆ เมื่อยังไม่ถูกใจ มีความกังวลเรื่องรูปร่างหน้าตา การแข่งขันกันในระหว่างเพศเดียวกัน ความจริงแล้ววัยนี้เป็นวัยสำคัญมากในเรื่องเซ็กส์ เกี่ยวข้องกับชีวิตสมรสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การมีเซ็กส์ ที่สำส่อนไปเรื่อยๆ นอกจากทำให้ไม่สามารถมีคู่ครองที่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นพื้นฐานของความล้มเหลวในชีวิตคู่ด้วย
วัยผู้ใหญ่ตอนกลางหรือวัยกลางคน หมายถึงช่วงอายุ40 –60 ปี หรือ 65 ปี ซึ่งนับเป็นระยะหัวเลี้ยวหัวต่อหลังจากที่ผ่านช่วงของการหาคู่ครองมาแล้ว เป็นวัยที่เตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยชรา สิ่งที่เปลี่ยนแปลงแน่นอนคือรูปร่างหน้าตาและอวัยวะภายในที่สมรรถภาพลดลงไป รวมถึงสมรรถภาพทางเพศที่ลดหย่อนลงตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และสุขภาพจิตได้ โดยเฉพาะคำว่า “วัยทอง” ที่เป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ส่วนวัยชราหลังอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องเซ็กส์ น้อยลง (แต่ก็น่าแปลกใจที่มีข่าวคาวๆ เกิดขึ้นอยู่บ่อย) ซึ่งในวัยนี้ถ้ายังมีปัญหาเรื่องเซ็กส์ ไม่เหมาะสมอยู่ควรให้นึกถึงไว้ก่อนว่าในวัยก่อนหน้านี้ หรือพัฒนาการทางเพศของบุคคลนั้นมีความบกพร่องมานาน แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ ถ้ามีอาการ “ตัณหากลับ” นั้น ให้สงสัยอีกเรื่องหนึ่งคืออาการเริ่มต้นของโรคสมองเสื่อม(Dementia)และมีการคิดการตัดสินใจในการควบคุมพฤติกรรมทางเพศผิดปกติ เช่น มีความต้องการทางเพศมากเกินไป(hypersexaulity)และเกินวัย ที่เรียกว่ากลุ่มอาการแมเนีย (manic syndrome)และอาจจะตามมาด้วยคดีอาชญากรรม(ที่มักไม่ค่อยรุนแรง) เช่น อนาจาร เป็นต้น

ปัญหาเซ็กส์ แต่ละวัย
จากการพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจรวมถึงเรื่องเซ็กส์ ดังที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าเกิดปัญหาต่างๆ ในแต่ละวัยย่อมส่งผลให้พัฒนาการมีปัญหาดังนี้
วัยเด็กตอนต้นหรือวัยก่อนเข้าโรงเรียน ประเด็นของปมอิดีปุสที่เราควรให้ความสนใจในช่วงวัยก่อน6 ขวบเด็กชายจะหลงรักแม่และเด็กผู้หญิงจะหลงรักพ่อ จะพยายามแข่งขันกันเอาชนะพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนเอง แต่เมื่อเริ่มเรียนรู้ว่าไม่สามารถเอาชนะได้ ก็เริ่มหันมาเลียนแบบพ่อหรือแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนเอง และเลิกการแข่งขันในที่สุด ถ้าหลัง 6 ขวบเด็กยังไม่สามารถปรับสภาพจิตใจยอมรับพ่อแม่ที่เป็นเพศเดียวกับตนเองได้ สิ่งที่ตามมาคือการเกลียดชัง และอาจเป็นอยู่เรื่อยมาจนวัยผู้ใหญ่ มักพบในครอบครัวที่พ่อหรือแม่มีปัญหาความขัดแย้งกันและลูกก็เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นเพศตรงข้ามกับตน สิ่งนี้ส่งผลต่อพัฒนาการเรื่องเซ็กส์ ได้ด้วย เช่น ลูกชายที่เกลียดพ่อ และสงสารแม่มากๆ ก็อาจจะสนิทสนมและเลียนแบบพฤติกรรมความเป็นหญิงจากแม่มากจนดูเหมือนเป็นเกย์ หรือบางคนก็อาจลงเอยด้วยการมีเซ็กส์ ในหมู่เครือญาติ (incest) เช่น ลูกชายกับแม่ หรือลูกสาวกับพ่อเนื่องจากไม่สามารถแยกบทบาทที่แท้จริงของแต่ละคนได้ เป็นต้น
วัยเด็กตอนปลายหรือวัยเรียน เป็นวัยที่เข้าใจเหตุผลพอสมควร มีการเลียนแบบสิ่งรอบตัว รวมถึงเพื่อนที่เป็นจุดสำคัญที่เด็กนิยมเลียนแบบหรือแบ่งพรรคแบ่งพวกกันตามเพศของตนเอง ถ้าในกลุ่มนี้มีเพื่อนที่วางตัวไม่เหมาะสมต่อบทบาทของเพศตนเอง ปัญหาที่พ่อแม่ควรกังวลและใส่ใจไม่เฉพาะเรื่องการเป็นลักเพศ(Gender identity disorder) เท่านั้น แต่รวมถึงการให้เกียรติกันในเรื่องเพศตรงกันข้ามหรือเพศเดียวกันด้วย ถ้าวัยนี้เกิดปัญหาเกิดขึ้นก็ย่อมส่งผลต่อพัฒนาการในระยะต่อๆ ไปด้วยเช่นกัน
วัยรุ่นที่ปัจจุบันถูกกล่าวหาว่าเป็นวัยวุ่น โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์ ถูกตำหนิมากขึ้น แม้ความจริงการกล่าวหาวัยรุ่นในความเห็นของผมอาจจะดูมากเกินไปเพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจวัยรุ่น(ทั้งๆ ที่ตนเองก็เคยผ่านช่วงเวลาเป็นวัยรุ่นทุกคน) แต่วัยรุ่นหลายคนก็ทำตัวเหลือขอจริงๆ ซึ่งอาจจะจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่พลุ่งพล่านหรือพื้นฐานในวัยก่อนหน้านี้ไม่ค่อยดีมาก่อน แต่ปัจจัยสำคัญที่แก้ไขยากคือการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้ทัศนคติเรื่องเพศเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง การเลียนแบบพฤติกรรมของชาติตะวันตกมากเกินไป หรือการที่วัยรุ่นเหล่านั้นมีพื้นฐานของการควบคุมตนเองที่ต่ำมากๆ จากการที่พ่อแม่ไม่ได้ฝึกให้รู้จักการควบคุมตนเองอย่างจริงจัง จึงส่งผลให้การยับยั้งชั่งใจเรื่องเซ็กส์ ก็ดูจะต่ำลงไปควบคู่กับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง สิ่งที่ตามมาคือพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ(Sexual promiscuity)หรือติดเซ็กซ์ (Sexual addiction)
วัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงานก็เป็นวัยแห่งการเลือกคัดสรรสิ่งต่างๆ สู่ชีวิต เมื่อมีการทำงาน มีความคิดในการสร้างครอบครัวแล้ว แม้อารมณ์ความพลุ่งพล่านในวัยรุ่นจะผ่านไปหรือเพลาๆ แล้ว แต่ถ้ามีพื้นฐานไม่ดีหรือเลือกคู่ครองไม่เหมาะสม เช่น เลือกความเข้ากันได้ทางนิสัยใจคอ แทนที่จะเลือกคนที่เข้ากันได้เฉพาะเรื่องเซ็กส์ อย่างเดียว บางครั้งก็อาจจะทำให้ความลุ่มหลงบดบังเหตุผลดีๆ ที่การเป็นวัยผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาพอสมควรพึงจะคิดได้ แต่เมื่อไม่สามารถผ่านจุดนี้ไปได้ หลายคนก็อยู่ในวังวนของความสับสนทาง(เรื่อง)เพศกับความสับสนเรื่องความรักเพื่อการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน สุดท้ายเมื่อตัดสินใจไม่ได้ หรือบางคนกลัวการใช้ชีวิตคู่ ก็มักลงเอยด้วยการอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตบ้าง การเป็นเมียน้อย หรือเป็นชู้หรือนอกใจคู่สมรส เป็นต้น สิ่งเหล่านี้โดยทั่วไปมักสะท้อนถึงปัญหาบุคลิกภาพที่ผิดปกติ(Personality disorder)ซึ่งถือว่าเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งด้วย
วัยผู้ใหญ่ตอนกลางหรือวัยกลางคน เน้นถึงประเด็นความลดหย่อนของสมรรถภาพทางเพศที่ไม่สมดุลกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง ความจริงแล้วการที่สมรรถภาพทางเพศลดลงมิได้ทำให้เกิดปัญหาในด้านความสัมพันธ์ของชีวิตคู่เสมอไป ถ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีและมั่นคงมาก่อน บางคนมีความเข้าใจผิดว่าการคงไว้ซึ่งสมรรถภาพทางเพศเช่นวัยหนุ่มสาวจะทำให้อายุยืนยาว ซึ่งไม่จริง เพราะเราไม่สามารถห้ามหรือฝืนธรรมชาติได้ ถ้าปล่อยให้เกิดปัญหามากขึ้น ก็คงต้องใช้คำว่า วิกฤติการณ์ของวัยกลางคน (Mid-life crisis)พบได้ถึง 70-80% ในผู้ชาย ส่วนอารมณ์ทางเพศของผู้หญิงจะมีความต้องการและสมรรถภาพลดลงกว่าผู้ชาย อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งในคู่สมรสและเกิดการหย่าร้างได้หากไม่มีความเข้าใจกัน
วัยชรา วัยแห่งความเสื่อมที่ต้องยอมรับ แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ไม่ยอมรับ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์(และประสบกาม)ในอดีตของแต่ละคน การรู้จักพอ และคิดถึงความเหมาะสมของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ จริงอยู่แม้กิจกรรมทางเพศเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เกิดความสุขกายสุขใจก็ตาม และหลายคนก็พยายามหาข้อมูลเพื่อมาสนับสนุนให้มีเซ็กส์ ในวัยชรา ความจริงแล้วปัญหาที่อาจจะตามมามีได้หลายอย่าง เช่น ใจสู้แต่ร่างกายไม่สู้เพราะวัยเสื่อมหรือมีโรคต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการมีเซ็กส์ เช่น หย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Impotence) ความเสี่ยงต่อการหัวใจวายจากการมีเซ็กส์
เซ็กส์ต่างวัย ใช่หรือไม่ใช่...ใครตัดสิน
เมื่อพูดถึงเซ็กส์ ในวัยต่างๆ ไปแล้วก็อดที่จะพูดถึงเซ็กส์ ต่างวัยไม่ได้ เพราะก็มีข่าวให้ได้ยินเสมอๆ ซึ่งสังคมก็มีความเห็นต่างกันออกไป จะดีหรือไม่ดีคนตัดสินก็คงจะเป็นผู้ใช้บริการนั่นเอง บางคนบอกว่าอายุปูนนี้แล้วยังไม่รู้จักพอ แต่ผมเห็นว่าถ้าไม่มากไม่น้อยหรือหักโหมจนเกินความสามารถของร่างกาย และมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ไม่น่าเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ถ้าจะอยู่ร่วมกันด้วยนั้นมีสูตรว่า อายุไม่ควรต่างกันเกิน 10 ปี เพื่อความไปกันได้ของความรู้สึก นึกคิด ภาวะทางอารมณ์
แล้วจะมีปัญหาตามมาหรือไม่...
คำตอบ คือไม่เสมอไปหรือไม่แน่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น
-
บุคลิกภาพหรือพัฒนาการทางด้านจิตใจ เช่น เป็นคนที่ชอบคนสูงอายุ เนื่องจากคิดว่าการอยู่กับคนสูงอายุ จะทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนการได้อยู่กับพ่อแม่ หรือบางคนขาดพ่อแม่ ขาดความรัก การอยู่กับผู้สูงอายุเหมือนการได้ชดเชยสิ่งที่ตนเองขาดไปในอดีต ซึ่งถ้ายอมรับและทำความเข้าใจกันอย่างดีก็คงไม่มีปัญหา แต่ให้พึงระวังไว้ว่า ความรักของคนเราควรจะเกิดขึ้นจากการรู้สึก “ให้” มากกว่า “รับ” หรือ “ทดแทน” อะไรบางอย่างในชีวิตที่ขาดหายไป อย่าลืมว่าคงไม่มีใครสามารถให้อะไรทดแทนจิตใจหรือความต้องการของเราได้ไปตลอดชีวิต เพราะเขาอาจจะตายก่อนคุณ แล้วช่วงเวลาที่เหลืออยู่คุณจะทำอย่างไร ( ความเหมาะสมที่สังคมการยอมรับก็ควรพิจารณาด้วย)
-
แนวคิดต่างกัน ด้วยวัยที่มีความแตกต่างกัน ความต้องการก็แตกต่างกัน เช่น คุณลุงหรือคุณตาที่แต่งงานกับสาวน้อย มักจะมองโลกอย่างสงบ ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่ในขณะที่สาวๆเหล่านั้นยังรักความสนุกสนานแบบวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น จึงย่อมไปกันได้ยาก
-
แตกต่างทางอารมณ์ เช่น ชายแก่หรือหญิงแก่ที่ชอบเด็กๆ ย่อมรู้สึกระแวงว่าคู่ของตนอาจจะนอกใจ เพราะความรู้สึกที่ว่าตนเองอาจจะไม่สดใสเท่าเด็กๆหรือวัยในรุ่นเดียวกันของคู่ตนเอง มักเกิดปัญหาหึงหวง ชิงรักหักสวาทตามมา
-
การยอมรับหรือมุมมองของสังคม มักจะมองว่า คนที่สูงวัยกว่าเป็นพวกหมกมุ่น ไม่รู้จักพอ เข้าทำนอง “วัวแก่กินหญ้าอ่อน” ในขณะที่คนที่อ่อนวัยกว่าถูกมองว่าหวังผลประโยชน์โดยเฉพาะเรื่องเงิน ซึ่งถ้าคุณไม่แคร์และบริสุทธิ์ใจจริงๆ ก็ไม่เป็นไร
จะเห็นว่าเมื่อวัยของคุณเปลี่ยนแปลงไป บทบาททางด้านความคิดและพฤติกรรมทางเซ็กส์ ของคุณก็เปลี่ยนแปลงตาม ใครก็ตามที่พฤติกรรมทางเซ็กส์ ไม่เหมาะสมกับวัยของตนเอง ย่อมแสดงว่าพัฒนาการทางเพศของคุณมีปัญหาและนั่นหมายความรวมถึงพัฒนาการทางด้านบุคลิกภาพของคุณก็อาจมีปัญหาด้วยเช่นกัน เรื่องวัยเปลี่ยนเซ็กส์ เปลี่ยนเป็นเรื่องน่าเรียนรู้ เพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกันของคนต่างวัยใกล้ๆ ตัวไงครับ
ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today